หลังจากเลื่อนมาราว 2 สัปดาห์ วันนี้ (16 กันยายน) สภาผู้แทนราษฎรได้เข้าสู่วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้อภิปรายคนแรก ถึงกับกล่าวต่อ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เข้ามาชี้แจง ว่า “ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน”
ประเด็นสำคัญ
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนชี้แจงรายงานผลการปฏิบัติงาน โดยระบุว่าในปีงบประมาณ 2567 กกต. ได้จัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น รวมถึงสนับสนุนงบประมาณพรรคการเมือง 139 ล้านบาท ในด้านการสืบสวนสอบสวน กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาล 95 สำนวน และมีสำนวนดำเนินคดีอาญา ยกคำร้อง หรือสั่งเลือกตั้งใหม่ 198 สำนวน โดยมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองรวม 394 คดี
พริษฐ์วิจารณ์มติ กกต. ไม่ฟ้องแกนนำภูมิใจไทย
ภายหลังการรายงาน พริษฐ์ได้อภิปรายโดยมุ่งประเด็นไปที่มติล่าสุดของ กกต. ในคดีทุจริตเลือก สว. ที่สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องเพียง 77 คน ซึ่งประกอบด้วย สว. ปัจจุบัน 26 คน และมีแกนนำพรรคภูมิใจไทยเพียง 1 คน พร้อมวิจารณ์ว่ามติดังกล่าวขัดกับหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ และระบุว่า กกต. จงใจมองข้าม ‘ช้าง 3 ตัว’ ได้แก่
- ขบวนการโกง สว. ที่มีหลักฐานเป็นโพยใบสั่ง 12 เวอร์ชัน ระบุชื่อ สว. กว่า 130 คน แต่ กกต. สั่งฟ้องเพียง 26 คน รวมถึงมีหลักฐานการแลกคะแนนและพฤติการณ์รวมตัวที่ศูนย์ทำโพยในหลายจังหวัด และการนัดหมายที่โรงแรมพูลแมนก่อนการประชุมวุฒิสภานัดแรก
- ความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรค ทั้ง สส. อดีตผู้สมัคร และเครือญาติรัฐมนตรี เข้ามาพัวพัน รวมถึงมีการโทรศัพท์จากผู้เชี่ยวชาญประจำตัวกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยไปยัง สว. อย่างน้อย 19 คน จำนวน 62 ครั้ง ในช่วงที่มีการเลือก สว.
- มาตรฐานการทำงานของ กกต. ที่เคยสั่งฟ้องผู้สมัคร สว. เพียงเพราะหลักฐานข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์ แต่กลับละเว้นกรณีที่มีหลักฐานโพยใบสั่งชัดเจน
ระหว่างการอภิปราย ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงหลายครั้ง โดยระบุว่าพริษฐ์อภิปรายนอกเหนือจากรายงานประจำปีของ กกต. และนำข้อมูลจากสำนวนคดีซึ่งเป็นเอกสารลับของทางราชการหรือเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบมาเปิดเผยในสภา ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย
พริษฐ์ยังระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะควบคุมลูกพรรคไม่ได้ หรืออาจร่วมกันทุจริตการเลือก สว. ซึ่ง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ควบคุมการประชุมอยู่ในขณะนั้น ได้สั่งห้ามไม่ให้พูดประเด็นนี้อีกเนื่องจาก กกต. ได้ลงมติเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของอนุทินแล้ว
ทำให้พริษฐ์กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เพิ่งได้ยินประธาน กกต. กล่าวปกป้องอนุทิน ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ยินจากประธานสภาฯ ด้วย
ในช่วงท้ายของการอภิปราย พริษฐ์ได้เรียกร้องให้เลขาธิการ กกต. เปิดเผยมติทุกข้อกล่าวหาพร้อมเหตุผลในการลงคะแนนของ กกต. แต่ละคน ยืนยันการส่งสำนวนและบันทึกการประชุมทั้งหมดให้ศาลฎีกา สืบสวนกรณีทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะเพิ่มเติม และรื้อฟื้นคดีหากพบหลักฐานเชื่อมโยงบุคคลอื่นในชั้นศาล
พร้อมทิ้งท้ายถึงความกังวลต่อความเป็นอิสระของ กกต. ที่ลงมติไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนน 5 ต่อ 2 โดยระบุว่า กกต. 4 คนได้รับการรับรองจาก สว. ซึ่งอาจถูกตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ต่างตอบแทน
เลื่อนมา 2 สัปดาห์ สภาฯ ให้เวลา 5 ชั่วโมงวันนี้อภิปราย กกต.
สำหรับวาระพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 2567 และ 2568 เดิมทีจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้เดินทางมายังอาคารรัฐสภาเพื่อเตรียมชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว
ทว่าได้มี สส. พรรคประชาชาติ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนภาคใต้เพื่อพิจารณาก่อน ทำให้ สส. พรรคร่วมฝ่ายค้านแย้งว่า เป็นการใช้สถานการณ์ภาคใต้เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับ กกต. ซึ่งเชื่อมโยงถึงคดีทุจริตการเลือก สว. หรือไม่
จากนั้นสัปดาห์ต่อมา สภาฯ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน ทำให้วาระพิจารณารายงานของ กกต. ถูกเลื่อนมาพิจารณาในวันนี้ โดยที่ประชุมกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายในวาระนี้ทั้งหมด 5 ชั่วโมง


