×

ธนาคารโลกกางสถิติ 35 ปี ‘ไทย’ พัฒนามาไกลแค่ไหน จากการเป็นเจ้าภาพประชุม Annual Meeting ในปี 1991 สู่ปี 2026

03.09.2026
  • LOADING...
ภาพผสมผสานระหว่างวัดอรุณราชวรารามและตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ พร้อมโลโก้ AM2026

ส่องความก้าวหน้าของประเทศไทยพัฒนามาไกลแค่ไหน นับตั้งแต่การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings) จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1991 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน สู่การกลับมาเป็นเจ้าภาพการประชุมอีกครั้งในปี 2026 นี้

ดูภาพข่าว 

โดยในรายงาน “Building Thailand’s Future Today” ของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านจากประเทศเกษตรกรรมที่มีรายได้ปานกลางระดับล่าง สู่การเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลวัตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค ในช่วงหลายทศวรรษต่อมา ประเทศไทยได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การพัฒนาเมือง และการพัฒนามนุษย์

 

นอกจากนี้ ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยสามารถสร้างงานในระบบที่เป็นงานรับค่าจ้างและเงินเดือนได้ประมาณ 11 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ รายได้ต่อหัว (GDP per capita) เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า และอัตราความยากจนตามเกณฑ์ 4.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน ซึ่งเป็นเส้นความยากจนสำหรับประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง ก็แทบหมดไปจากประเทศไทย

 

ธนาคารโลกยังระบุว่า การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจของไทยเกิดขึ้นได้จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งหลายประการ ภายหลังวิกฤตการเงินเอเชีย ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่นโยบายด้านการค้าและการลงทุนที่เอื้ออำนวยช่วยให้ไทยสามารถบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและดิจิทัลยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 

เเนวทางสำคัญที่จะนำประเทศไทยก้าวไปสู่ประเทศรายได้สูง

 

รายงานฉบับนี้ได้เสนอว่า เมื่อประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็น ประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 จึงจำเป็นต้องมีเเนวทางการพัฒนาเเบบใหม่ ทั้งระยะสั้นที่ต้องเร่งปรับปรุงอย่างด่วน เเละระยะยาวที่ต้องปรับปรุงควบคู่กันไป 2 ส่วน ดังนี้

 

  • การยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้สูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก กล่าวคือ ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาโลก โดยอาศัยการเพิ่มทักษะเเรงงาน การพัฒนานวัตกรรม เพื่อคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เช่น
  • ภาคการผลิต ต้องมีมูลค่าการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น และ มีขีดความสามารถในการเเข่งขันในตลาดเพิ่มมากขึ้น
  • เศรษฐกิจของประเทศไทยต้องเชื่อมโยงกับการค้าโลกให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเพิ่มการค้าในภาคบริการ และใช้ประโยชน์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้มากยิ่งขึ้น ทั้งเงินลงทุน เเละองค์ความรู้ใหม่ๆ
  • สร้าง อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยการเปิดกว้างตลาดให้เสรีมากยิ่งขึ้น โดยจำเป็นต้องเพิ่มจำนวน วิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ให้มีจำนวนมากขึ้นในอุตสาหกรรม
  • ภาคการท่องเที่ยว ต้องเน้นมูลค่ามากกว่าปริมาณ และต้องยกระดับดารผลิตภาพภาคการเกษตร
  • สร้างการจ้างงานเเรงงานทักษะสูง ให้มีจำนวนมากขึ้น

 

  • การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว กล่าวคือ การขยายความสำเร็จและประสิทธิภาพของหลายภาคส่วนเศรษฐกิจของประเทศไทยเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่น
  • เพิ่มศักยภาพภาคธุรกิจ โดยการเพิ่มสัดส่วนบริษัทที่มีผลิตภาพสูง สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น และเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ
  • สร้าง การศึกษาคุณภาพสูงสำหรับทุกคน โดยเพิ่มจำนวนการศึกษาในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งจำเป็นส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และความครอบคลุมทั่วถึงในหลายภูมิภาค

 


 

 

ภาพผสมผสานระหว่างวัดอรุณราชวรารามและตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ พร้อมโลโก้ AM2026 1

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories