วันนี้ (23 เมษายน) พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ของกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาที่ระบุว่าไทยลุกล้ำพื้นที่และจัดกิจกรรมหลังจากวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทยลงพื้นที่รำลึกถึงเหตุปะทะในช่วงปี 2568 ที่บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
พล.อ.อ. ประภาส ระบุว่า ไทยขอยืนยันข้อเท็จจริงและจุดยืนว่า ไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วม กฎหมายระหว่างประเทศ และถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 2 (Troop Deployment Line) ซึ่งกำหนดให้กำลังพลของทั้งสองฝ่ายคงอยู่ในที่ตั้งเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ข้อ 6 งดเว้นการกระทำที่ยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด และข้อ 8 งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและชัดเจน
พล.อ.อ. ประภาส กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานะพื้นที่และการปฏิบัติของฝ่ายไทย กิจกรรมของหน่วยงานไทยในพื้นที่ที่กล่าวถึง เป็นการดำเนินการภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ในกรอบการบริหารจัดการตามปกติ มิได้มีการรุกล้ำหรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในพื้นที่แต่อย่างใด
ส่วนการตีความที่แตกต่างควรแก้ไขผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน โดยประเทศไทยเห็นว่าประเด็นที่มีความเห็นต่างควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) รวมถึงการประสานงานระดับพื้นที่ผ่าน RBC เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน
พล.อ.อ. ประภาส กล่าวอีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างบรรยากาศเผชิญหน้า ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียว ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษา
นอกจากนี้ ไทยมีความมุ่งมั่นสู่สันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความเคารพซึ่งกันและกัน และกลไกทวิภาคีที่ตกลงร่วมกัน พร้อมย้ำว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน


