รัฐสภานอร์เวย์เปิดการไต่สวนสาธารณะ กรณีความเชื่อมโยงระหว่าง เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) อาชญากรคดีล่วงละเมิดทางเพศ กับนักการทูตและบุคคลระดับสูงของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
การเปิดเผยดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในนอร์เวย์ หลังเอกสารที่สหรัฐอเมริกาเปิดเผยในช่วงต้นปี 2026 ปรากฏชื่อบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ตั้งแต่นักการทูต อดีตรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงบุคคลในราชวงศ์
ขณะที่รัฐสภาต้องการตรวจสอบว่า ความสัมพันธ์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ หรือการจัดสรรงบประมาณสาธารณะหรือไม่ รวมถึงหน่วยงานรัฐมีช่องโหว่ในการกำกับดูแลอย่างไร
เรียก 11 รัฐมนตรีให้การ ตรวจปมเงินกว่า 130 ล้านโครน
เมื่อวานนี้ (30 กันยายน) รัฐสภานอร์เวย์เริ่มการไต่สวนสาธารณะ โดยเรียกรัฐมนตรีในอดีตและปัจจุบัน เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบและกิจการรัฐธรรมนูญ เพื่อสอบสวนการกำกับดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ หลังเอกสารของสหรัฐฯ เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลระดับสูงของนอร์เวย์กับเอปสตีน
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า การไต่สวนจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม โดยมีอดีตและรัฐมนตรีปัจจุบันรวม 11 คน ซึ่งเคยรับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศหรือด้านความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา เข้าให้การต่อรัฐสภา
สำหรับผู้เข้าให้การในวันแรก ได้แก่ เอริก โซลไฮม์ (Erik Solheim), ไฮกี ไอด์สโวลล์ โฮลโมส (Heikki Eidsvoll Holmås), โยนาส การ์ สเตอเรอ (Jonas Gahr Støre), บอร์เก เบรนเด (Børge Brende) และอิเนอ เอริกเซน เซอไรเดอ (Ine Eriksen Søreide)
ส่วนวันที่ 2 รัฐสภามีกำหนดการณ์เรียก นิโคไล แอสทรุป (Nikolai Astrup), ดาก-อินเกอ อุลสไตน์ (Dag-Inge Ulstein), อันนิเคน ฮูตเฟลต์ (Anniken Huitfeldt), แอนน์ เบอาเทอ คริสเตียนเซน (Anne Beathe Kristiansen), โอสมุนด์ เอาครุสต์ (Åsmund Aukrust) รัฐมนตรีด้านการพัฒนาคนปัจจุบัน และ เอสเพน บาร์ธ ไอเดอ (Espen Barth Eide) รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบันเข้าให้การ
อย่างไรก็ตาม การเรียกทั้ง 11 คนมาให้การไม่ได้หมายความว่า ทุกคนมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเอปสตีน แต่รัฐสภาต้องการตรวจสอบการทำงานของกระทรวงในแต่ละยุค ตั้งแต่การจัดสรรและติดตามเงินช่วยเหลือ ระบบป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ไปจนถึงประเด็นว่า วัฒนธรรมและโครงสร้างภายในกระทรวงอาจเปิดช่องให้เกิดระบบพวกพ้อง การใช้อิทธิพล หรือการทุจริตหรือไม่
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการไต่สวนในครั้งนี้ คือ เงินสนับสนุนที่กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์จ่ายให้ International Peace Institute (IPI) รวมประมาณ 130.6 ล้านโครนนอร์เวย์ระหว่างปี 1997-2018 โดยเงินดังกล่าวถูกจัดสรรเพื่อสนับสนุนงานด้านสันติภาพ ความมั่นคง การแก้ไขความขัดแย้ง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ
แต่ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจ หลังพบว่า เทอร์เยอ โรด-ลาร์เซน (Terje Rød-Larsen) นักการทูตชาวนอร์เวย์ ซึ่งเป็นผู้นำ IPI ระหว่างปี 2005-2020 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีน โดยเขาเคยได้รับเงินกู้ส่วนตัวจากเอปสตีน ขณะที่ IPI เคยรับเงินบริจาคจากมูลนิธิที่เชื่อมโยงกับเอปสตีน ก่อนที่โรด-ลาร์เซนจะลาออกจากตำแหน่งในปี 2020
อย่างไรก็ตาม สเตอเรอยืนยันต่อคณะกรรมาธิการว่า เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเอปสตีน โดยยืนยันว่า อาชญากรรายนี้ไม่เคยมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศ นโยบายความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา หรือการตัดสินใจอื่นใดของรัฐบาลนอร์เวย์ พร้อมระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นกรณีของบุคคลบางราย ไม่ใช่ปัญหาเชิงระบบของกระทรวงการต่างประเทศ
นอกจากนี้ บอร์เก เบรนเด (Børge Brende) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์ และอดีต CEO World Economic Forum ยังเข้ามาให้การต่อรัฐสภา โดยระบุว่า เขารู้จักเอปสตีน หลังพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว โดยพบกันระหว่างรับประทานอาหารค่ำ 3 ครั้ง และติดต่อกันผ่านอีเมลและข้อความ
เบรนเดยอมรับว่า หากรับรู้ว่า เอปสตีนทำอะไรลงไป เขาคงไม่ติดต่อด้วย และยอมรับว่าควรตรวจสอบประวัติของเอปสตีนให้มากกว่านี้ พร้อมกล่าวขอโทษที่ให้ข้อมูลเท็จกับหนังสือพิมพ์ Aftenposten ในปี 2025 หลังตอบคำถามว่า เขาไม่เคยพบกับเอปสตีนมาก่อน
ราชวงศ์นอร์เวย์ไม่อยู่ในขอบเขตการไต่สวน
นอกจากนักการเมืองและนักการทูตแล้ว เอกสารเอปสตีนยังเปิดเผยความเชื่อมโยงกับ สมเด็จพระราชินีเมตเต-มาริต (Queen Mette-Marit) แห่งนอร์เวย์ ซึ่งเคยมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีน
ก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงกล่าวขอโทษต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยยอมรับว่าไม่ควรมีการติดต่อกับเอปสตีน และควรตรวจสอบภูมิหลังของเขาให้รอบคอบมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม Reuters รายงานว่า สมเด็จพระราชินีเมตเต-มาริต ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกเรียกเข้าให้การต่อรัฐสภา และขอบเขตของการไต่สวนสาธารณะครั้งนี้ ซึ่งมุ่งตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และการใช้งบประมาณสาธารณะเป็นหลัก
ตรวจสอบย้อนหลังกว่า 30 ปี
ทั้งนี้ โยนาส อันเดอร์เซน ซาเยด (Jonas Andersen Sayed) ประธานการไต่สวนระบุว่า เอกสารของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยข้อมูลของเอปสตีน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และการบริหารจัดการเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา
เขาระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อระบบราชการ โดยเห็นว่า จำเป็นต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบว่าใครต้องรับผิดชอบและมีส่วนใดที่จำเป็นต้องปฏิรูป
อย่างไรก็ตาม การไต่สวนของรัฐสภาครั้งนี้ จะไม่ส่งผลให้เกิดการลงโทษโดยตรง แต่มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบการทำงานและความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐสภานอร์เวย์ยังตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระ ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อสอบสวนกรณีดังกล่าวในขอบเขตที่กว้างกว่า โดยครอบคลุมประวัติศาสตร์ทางการทูตของนอร์เวย์ย้อนหลังมากกว่า 30 ปี
แฟ้มภาพปี 2017: New York State Division of Criminal Justice Services / Handout via REUTERS
อ้างอิง:
- https://stortinget.no/no/Hva-skjer-pa-Stortinget/Horing/Horingsprogram/?dateid=10006254
- https://www.regjeringen.no/no/aktuelt/fakta-om-norsk-stotte-til-international-peace-institute-ipi/id3149627
- https://www.aljazeera.com/news/2026/9/30/norway-launches-probe-into-11-senior-officials-over-us-epstein-files-links
- https://www.euronews.com/2026/09/30/norwegian-ministers-grilled-in-parliament-over-ties-to-convicted-sex-offender-epstein
- https://www.reuters.com/world/norway-parliament-probes-epstein-links-politicians-diplomats-2026-09-30/


