×

‘หุ้นไทย’ เปิดตลาดร่วงกว่า 15 จุด ก่อนรีบาวด์เล็กน้อย โบรกฯ ชี้ มูลค่าแพงเกิน แต่ยังไม่ใช่ภาวะฟองสบู่แตก

28.01.2021
  • LOADING...
‘หุ้นไทย’ เปิดตลาดร่วงกว่า 15 จุด ก่อนรีบาวด์เล็กน้อย โบรกฯ ชี้ มูลค่าแพงเกิน แต่ยังไม่ใช่ภาวะฟองสบู่แตก

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) เช้านี้ (28 มกราคม) เปิดกระโดดลง 15.63 จุด เปิดที่ 1,482.50 จุด ก่อนที่ดัชนีจะรีบาวด์กลับมาแตะระดับ 1,491 จุด ลดช่วงลบลงมาเหลือประมาณ 6-7 จุด 

 

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า การปรับตัวลงของตลาดในรอบนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลดลงแรง สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ลดลงราว 2% ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดหวังต่อผลประกอบการปี 2563 ที่ทยอยประกาศออกมา 

 

ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าราคาหุ้นขึ้นมาด้วยความคาดหวังเกือบ 100% แต่เมื่อผลประกอบการออกมาผิดคาดจึงเกิดแรงขายออกมา ประกอบกับความเห็นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อคืนที่ผ่านมา เรามองว่าออกมาเป็นลบเล็กน้อย จากมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มผ่อนแรงลง หลังจากฟื้นตัวดีก่อนหน้า แต่ในขณะเดียวกัน Fed ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงมาตรการกระตุ้นใดๆ เพิ่มเติม ทำให้ตลาดค่อนข้างเป็นกังวล และส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในระยะสั้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

 

“ตลาดหุ้นไทยถือว่าปรับลงน้อยกว่าหลายๆ ประเทศ เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาดัชนี SET ไม่ได้ Outperform จึงเห็นแรงขายในตลาดที่ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมาแรง อย่างตลาดหุ้นเวียดนามและเอเชียเหนือ”

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมูลค่าหุ้น (Valuation) ของไทย ยังคงไม่ตอบโจทย์ต่อการเพิ่มน้ำหนักลงทุนในขณะนี้ โดยเราประเมินหาแนวรับที่เหมาะสม ด้วยการใช้ Earning Yield Gap และมองหาระดับที่จะเป็นจุดที่เท่ากับค่าเฉลี่ย ซึ่งแนวรับที่เหมาะสมจะเป็นบริเวณ 1,440-1,450 จุด 

 

“ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำถือเงินสด หรือเน้นหุ้นเชิงรับ แต่การปรับตัวลงในรอบนี้ส่วนตัวมองว่ายังไม่ใช่ภาวะฟองสบู่แตกแต่อย่างใด และไม่คิดว่าเงินในระบบจะหายไป เป็นการขายทำกำไรบน Valuation ที่ตึงตัว และลดความเสี่ยงลงจากโอกาสที่ผลประกอบการของบริษัทอาจจะออกมาผิดคาดได้” 

 

ศรชัย สุเนต์ตา CFA กรรมการผู้จัดการ Chief Investment Office บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมถึงตลาดหุ้นไทยในครั้งนี้ เป็นการปรับฐานระยะสั้นๆ เนื่องจากตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ธันวาคม 2563-มกราคม 2564) ทั้งดัชนีและราคาหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก​ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคฯ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ชีวิตประจำวันรูปแบบใหม่ รวมถึงผลต่อเนื่องจากข่าวดีเรื่องวัคซีนทำให้มีแรงลงทุนในตลาดหุ้นค่อนข้างมาก (Overbought) ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนปรับเพิ่มขึ้นไม่ทันความคาดหวังดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ประเมินว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นการปรับฐานรอบสั้นๆ โดยอาจจะได้เห็นจากนี้ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 

 

สำหรับความกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ว่าเกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่นั้น ประเมินว่ายังไม่ใช่สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน โดยสภาวการณ์ที่จะพิจารณาเป็นฟองสบู่นั้น ราคาหุ้นต้องปรับขึ้นไปอย่างมากและรวดเร็ว ขณะที่กำไรกลับแย่ลงอย่างต่อเนื่อง

 

“ในตอนนี้ กำไรบริษัทต่างๆ ที่ทยอยประกาศออกมายังเห็นการเติบโต เพียงแต่โตไม่ทันกับความคาดหวังของนักลงทุน ยกตัวอย่างกลุ่มเทคฯ ในสหรัฐฯ หลายบริษัทประกาศกำไรออกมาดี ไม่ได้แย่ Tesla ก็กำไรดี แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ จึงเกิดแรงขาย ทำให้เริ่มเห็นการปรับฐานเท่านั้น” 

 

คำแนะนำสำหรับลงทุนคือ ควรลงทุนอย่างสม่ำเสมอ มีวินัย และเน้นการลงทุนระยะยาว และไม่ควรขายหรือลดการลงทุนในจังหวะที่กลัวที่สุด เพราะทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นให้บทเรียนไว้เหมือนกันคือ หลังจากผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวิกฤตไปแล้ว จะเกิดการฟื้นตัวระยะยาวเสมอ 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories