×

ทำเนียบเอลีเซเปิดรับนายกฯ ไทย ถกประเด็นร้อนภูมิรัฐศาสตร์-ตั้งเป้าปิดดีลการค้าเสรียุโรปปี 69

โดย THE STANDARD TEAM
26.05.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย จับมือกับ เอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส (ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ที่ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Palais de l’Elysée) กรุงปารีส เอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยบรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคี รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือร่วมกัน ซึ่งครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ใน 4 มิติหลัก

 

การส่งเสริมการค้าและการลงทุน: ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะผลักดันมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ซึ่งภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้หารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พบว่ามีบริษัทชั้นนำหลายแห่งแสดงความสนใจขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสได้กล่าวชื่นชมและพร้อมสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในฝรั่งเศสเพิ่มมากขึ้น

 

การผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป: รัฐบาลไทยย้ำจุดยืนว่าการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยมุ่งมั่นที่จะสรุปการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณฝรั่งเศสที่ให้การสนับสนุนกระบวนการเจรจามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมั่นว่าความตกลงฉบับนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ทั้งสองประเทศ

 

การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและไซเบอร์: จากรากฐานความร่วมมือทางการทหารผ่านการฝึกคอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) ทั้งสองฝ่ายเตรียมขยายผลสู่มิติความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการแสวงหาความร่วมมือระดับสากล เพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และแก๊งสแกมเมอร์ โดยมุ่งเป้าไปที่การดำเนินคดี การส่งตัวผู้ต้องหาข้ามแดน และการยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

 

จุดยืนต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ไทย-กัมพูชาและเมียนมา: นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าประเทศไทยยึดมั่นในการเคารพอธิปไตย สันติภาพ และกฎหมายสากล สำหรับกรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU 44) ระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผลมาจากความไม่มีคืบหน้าตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี รัฐบาลไทยจึงเลือกใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบในการเจรจา ส่วนปัญหาเขตแดนทางบกจะยึดการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ที่ได้ลงนามเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา

 

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังได้ประกาศเดินหน้า แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026-2028 (Joint Action Plan to strengthen the Thai-French Partnership 2026-2028) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่การเป็หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ร่วมกัน

 

สำหรับการหารือระดับสูงในครั้งนี้ มีคณะผู้แทนระดับสูงจากฝ่ายฝรั่งเศสเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการสานสัมพันธ์ ประกอบด้วย ฌ็อง-นอแอล บาร์โร (Jean-Noël Barrot) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุโรปและการต่างประเทศ, เอเลออนอร์ การัว (Éléonore Caroit) รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านประชาคมภาษาฝรั่งเศสและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศ, เบอนัวต์ กีเด (Benoît Guidée) อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย, ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาประจำประธานาธิบดีฝรั่งเศสด้านการทูต กิจการเอเชีย การสื่อสารระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ และด้านการทหาร

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising