เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 1.95% YoY ขยายตัว 4 เดือนติดต่อกัน แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนที่โต 2.42% YoY พาณิชย์คาดเงินเฟ้อเป็นบวกต่อในเดือนสิงหาคม หลังการบริโภคภาคเอกชนฟื้นขึ้น และความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (5 สิงหาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แต่ลดลง 0.73% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM)
โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 1.34% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2569 ที่เพิ่มขึ้น 1.23% YoY ซึ่งเป็นผลของการบริโภคภาคเอกชน และความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ฟื้นตัวขึ้นในระดับหนึ่ง
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (มกราคม – กรกฎาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 1.21% (AoA)
ส่องแนวโน้มเงินเฟ้อไทยเทียบอาเซียน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้น 2.42% (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 41 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 4 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข
- 🇹🇱ติมอร์-เลสเต +0.5%
- 🇸🇬สิงคโปร์ +1.9%
- 🇲🇾มาเลเซีย +1.9%
- 🇹🇭ไทย +2.24%
- 🇮🇩อินโดนีเซีย +3.34%
- 🇻🇳เวียดนาม +4.69%
- 🇵🇭ฟิลิปปินส์ +6.4%
- 🇱🇦สปป.ลาว +7.4%
เงินเฟ้อสิงหาคมคาดเป็นบวกต่อเนื่อง
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนสิงหาคม 2569 ทาง สนค. คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่
(1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่
(2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น
(3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า
(4) ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรง/กำลังแรงมาก (Strong/Very Strong El Niño)
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
(1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย
(2) ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ด้วยปัจจัยดังกล่าว
กระทรวงพาณิชย์ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5%-2.5% (ค่ากลาง 2.00%)
- ไตรมาสที่ 1: -0.54%
- ไตรมาสที่ 2: 2.70%
- ไตรมาสที่ 3: 2.09% (คาดการณ์)
- ไตรมาสที่ 4: 2.33% (คาดการณ์)
โอกาสเกิด Stagflation ลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นันทพงษ์ชี้ว่า การเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงพร้อมเศรษฐกิจชะลอตัว หรือที่เรียกว่า Stagflation นั้น มีโอกาสเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการได้แก่
1) อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง
- เมษายน 2.89%
- พฤษภาคม 2.79%
- มิถุนายน 2.42%
- กรกฎาคม 1.95%
2) การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัว จากจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน
- มีนาคม 4.8%
- เมษายน 1.4%
- พฤษภาคม 3.5%
- มิถุนายน 4.9%
3) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
- เมษายน 45
- พฤษภาคม 49.2
- มิถุนายน 50.2
- กรกฎาคม 51.1
โดยระดับ 50 คือเกณฑ์สะท้อนความเชื่อมั่นเชิงบวก

