วันนี้ (14 พฤษภาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณ์ จาติกวาณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามถึงกรณีที่บริษัทบางจากเปิดทางให้กลุ่มทุนที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา และเครือข่ายของ เบน สมิธ สามารถเสนอชื่อบุคคลเข้าเป็นกรรมการบริษัทได้ ทั้งที่บุคคลดังกล่าวถูก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ผิดกฎหมาย จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่างชาติต่อตลาดทุนไทย
กรณ์ระบุว่า แม้บางจากจะพยายามแก้ไขข้อบังคับเพื่อสกัดกั้นกลุ่มทุนดังกล่าวแต่กลับไม่สำเร็จ จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงนิ่งเฉย และเหตุใดกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านกองทุนวายุภักดิ์ ถึงยอมจำนนต่อกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าอัปยศอย่างยิ่งต่อธรรมาภิบาลของตลาดหุ้นไทย
นอกจากนี้ กรณ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการซื้อขายหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย โดยระบุว่าสัดส่วนการถือหุ้นของเบน สมิธ เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติจาก 24% เป็น 44% ซึ่งตามกฎหมายต้องมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด แต่ ก.ล.ต. กลับยังไม่มีการลงโทษ พร้อมทั้งจี้ถามถึงกรณีประธาน ก.ล.ต. ถูก DSI กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความล่าช้า
ด้าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงในประเด็นค่าการกลั่นน้ำมันก่อนว่า คณะกรรมการได้ข้อสรุปเรื่องผลประโยชน์ส่วนเกินจริง และได้นำไปช่วยเหลือประชาชนผ่านการลดค่าการกลั่นน้ำมันไปแล้วประมาณ 5 บาทต่อลิตร พร้อมย้ำว่าวิกฤตปัจจุบันคือวิกฤตค่าครองชีพที่กระทบชาวบ้านโดยตรง ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งพิจารณาโครงการคนละครึ่งเพื่อช่วย SME และคนตัวเล็กตัวน้อย
สำหรับการบริหารจัดการในบางจาก เอกนิติระบุว่า กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่เพียง 15-16% ผ่านกองทุนวายุภักดิ์ แม้กรรมการตัวแทนคลังจะเห็นชอบกับการแก้ข้อบังคับเพื่อสกัดทุนเทา แต่ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ปี 2535 ได้มีการแยกอำนาจรัฐมนตรีคลังออกจาก ก.ล.ต. อย่างชัดเจน การจะเข้าไปแทรกแซงใดๆ จึงต้องดำเนินการภายใต้สิทธิ์ของผู้ถือหุ้นตามกรอบกฎหมายเท่านั้น
เอกนิติกล่าวเสริมว่า กรรมการส่วนใหญ่ของบางจากเป็นกรรมการอิสระที่คัดเลือกมาจากผู้ถือหุ้นรายย่อย กระทรวงการคลังจึงไม่สามารถใช้เสียงส่วนน้อยไปสั่งการเหนือผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับให้กรรมการตัวแทนคลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และขอให้มีการเปลี่ยนตัวกรรมการจากกลุ่มที่มีปัญหาออกจากคณะกรรมการชุดย่อยที่มีความสุ่มเสี่ยง เพื่อรักษาความโปร่งใส
ส่วนประเด็นของประธาน ก.ล.ต. นั้น เอกนิติยืนยันว่า ได้กำชับให้ปลัดกระทรวงการคลังและเลขาธิการ ก.ล.ต. ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักการว่า “กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” หากมีความชัดเจนว่าประธาน ก.ล.ต. ขาดคุณสมบัติหรือกระทำผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา ตนพร้อมที่จะดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
เอกนิติกล่าวปิดท้ายว่า ตนอาจไม่ใช่คนพูดเก่งที่ชอบป่าวประกาศผลงาน แต่ยืนยันว่ากระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหาทุนสีเทา ข้อมูลหลายอย่างที่นำไปสู่การยึดทรัพย์โดยกระทรวงยุติธรรมก็มาจากความร่วมมือของคลังและ ก.ล.ต. ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลและไม่เคยให้การสนับสนุนทุนสีเทาอย่างแน่นอน


