กระทรวงการคลังชูนโยบาย 5T เป็นหนึ่งใน Growth Story ใหม่ให้ตลาดทุนไทย ด้าน FETCO ชงคลังเร่งเดินหน้า TISA และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Infrastructure Fund) หวังดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ ปลุกตลาดทุนไทย
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (11 มิถุนายน) ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมหารือกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการต่างๆ ในการสนับสนุนตลาดทุน โดยระบุว่า ปัจจุบันเป็นจังหวะสำคัญของประเทศไทยในการฉกฉวยความสนใจของนักลงทุน ท่ามกลางภาวะที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนกำลังหาพื้นที่ปลอดภัย โดยมีความสนใจอาเซียนมากเป็นพิเศษ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องสร้าง ‘Growth Story’ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยจะยึดนโยบาย 5T ของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหลัก
“ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจประเทศไทยมาก แต่สิ่งที่พวกเขากำลังมองหาและตั้งคำถามคือ เรื่องราวการเติบโตหรือ Growth Story ของไทยคืออะไร ซึ่งเรื่องราวหนึ่งที่ผมมองว่า เริ่มมีความชัดเจนคือ นโยบาย 5T” ดร.สันติธารกล่าว
ทั้งนี้ นโยบาย 5T ได้แก่ Targeted (มุ่งเป้าเยียวยา) Transition (เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน) Transform (ปฏิรูปเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง) Transparency (เน้นความโปร่งใสใช้ดิจิทัลตรวจสอบได้) และ Together (ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรอง)
“นโยบาย 5T ซึ่งมีทั้งTransition และ Transform กำลังเกิดในช่วงที่หลายประเทศยังมีทิศทางนโยบายไม่ชัดเจน ขณะที่หลายประเทศก็ยังติดอยู่กับความพยายามที่จะชดเชยราคาน้ำมันและแก้ปัญหาด้านการคลังของตัวเอง” ดร.สันติธารกล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ดร. เอกนิติ นั่งเป็นประธาน โดยมีผู้บริหารกระทรวงการคลัง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุม
เปิดข้อเสนอตลาดทุน: เร่งดัน TISA-กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่ ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ระบุว่า การพูดคุยวันนี้ได้เสนอให้ภาครัฐใช้กลไกตลาดทุน ซึ่งมีสภาพคล่องพร้อม มาช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจาก ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระหนี้ค่อนข้างสูงแล้ว นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ตลาดทุนก็แก้ไขประเด็นธรรมาภิบาล (Governance) ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
นอกจากนี้ ไพบูลย์ยังเปิดเผยอีกว่า ตลาดทุนได้เสนอให้ผลักดันโครงการต่างๆ ผ่านการใช้เครื่องมืออย่างโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคลหรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Infrastructure Fund)
TISA คืบหน้า 80% เผยแนวปรับปรุง ‘ต้องพิจารณาพื้นที่ทางการคลัง’ ร่วมด้วย
โดยไพบูลย์กล่าวต่อว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับ TISA ที่ฝั่งตลาดทุนเสนอไป คือควรเป็นโครงการลดหย่อนภาษีแบบถาวร หรือเป็นสิทธิที่ให้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันปัญหาแบบที่เคยเกิดกับกองทุน LTF ในอดีต ที่เมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้วนักลงทุนแห่เทขายจนสร้างผลกระทบต่อตลาด
ขณะที่ วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคลหรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) โดยระบุว่า ปัจจุบันการพูดคุยคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70-80% โดยเหลือรายละเอียดที่จะต้องตกลงกันอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“กระทรวงการคลังเคยเสนอไปแล้ว วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ได้รับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง แล้วนำมาปรับปรุง ซึ่งคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกันอีกไม่นาน ก่อนจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้ทราบพร้อมกันในเร็วๆ นี้” วินิจกล่าว
วินิจกล่าวต่อว่า แนวทางการปรับปรุง TISA จะมุ่งให้ความสำคัญไปที่ 2 ส่วนสำคัญคือ การเพิ่มดีมานด์ในตลาดทุน และพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ควบคู่กัน
หนุนฟื้น ‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน’
ไพบูลย์ย้ำอีกว่า เพื่อเป็นการช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ตลาดทุนได้เสนอให้ใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Infrastructure Fund) เป็นทางเลือกในการระดมทุน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ แทนการกู้ยืม พร้อมชี้ว่า กองทุนประเภทนี้มีความน่าสนใจอยู่แล้ว เนื่องจากสามารถสร้างกระแสเงินสดและให้ผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้

