×

เมืองไทยรั้ง ‘อันดับ 10’ ของโลก จากการจัดอันดับประเทศที่มี ‘มหาเศรษฐี’ ซึ่งมีมูลค่าความมั่งคั่งมากกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท

11.11.2021
มหาเศรษฐี

Hurun Report ได้เปิดเผย Hurun Global Rich List 2021 ซึ่งเป็นการจัดอันดับประเทศที่มี ‘มหาเศรษฐี’ (วัดจากความมั่งคั่งในมืออย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 หมื่นล้านบาท) มากที่สุดในโลก

 

รายงานระบุว่า การจัดอันดับรอบนี้ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 412 คน หรือเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 8 คน ทำให้มีมหาเศรษฐีรวมทั้งสิ้น 3,228 คน

 

จีนแผ่นดินใหญ่เป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 1,058 คน เพิ่มขึ้น 259 คน รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกาที่มีมหาเศรษฐี 696 คน เพิ่มขึ้น 70 คน อันดับที่ 3 ของอินเดียมี 177 คน ตามด้วยเยอรมนี สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ มีประเทศละประมาณ 100 คน

 

ที่น่าสนใจคือ ‘ประเทศไทย’ รั้งอันดับประเทศที่ 10 ของตาราง โดยมีมหาเศรษฐีทั้งสิ้น 52 คน ลดลง 5 คนด้วยกัน

 

ปักกิ่งเป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่มากที่สุดของโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยมีมหาเศรษฐี 145 คนอาศัยอยู่ที่นั่น เพิ่มขึ้น 35 คน ตามด้วยเซี่ยงไฮ้ มีจำนวน 113 คนเพิ่มขึ้น 30 คนทำให้พลิกแซงนิวยอร์กที่ตกมาเป็นอันดับ 3 ด้วยตัวเลข 112 คน เพิ่มขึ้น 14 คน โดย 6 ใน 10 เมืองที่มีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่มากที่สุดตกเป็นของแดนมังกร

 

ขณะที่ ‘กรุงเทพฯ’ รั้งอันกับที่ 12 โดยมีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 51 คนด้วยกัน

 

รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า ไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นประเทศหนึ่งที่ช่องว่างระหว่างคนรวยและจนค่อนข้างกว้าง แม้ว่าจากการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาเผยว่า รายได้ครัวเรือนต่อเดือนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 17,000 บาทในปี 2557 เป็น 22,000 บาท ภายในปี 2563 แล้วก็ตาม

 

โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ดวงมณี เลาวกุล จากศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า คนรวยที่สุด 40 คนของไทยในปีนี้ ครอบครองความมั่งคั่งมูลค่า 1.517 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 28% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

 

รายงานของ Nikkei Asia ยังระบุด้วยว่า ช่องว่างรายได้ของประเทศไทยในปี 2561 นั้นกว้างที่สุดในโลก โดยข้อมูลของ Credit Suisse เผยว่า บุคคล 1% ครอบครองความมั่งคั่ง 66.9% ของประเทศไทยในปีนั้น 

 

แม้ว่าตัวบ่งชี้ในปี 2563 จะลดลงเหลือ 40% ซึ่งสอดคล้องกับประเทศส่วนใหญ่ในช่วงการระบาดใหญ่ แต่ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ไม่เท่าเทียมกันมากที่สุดในโลกอันดับที่ 5 จาก 40 ประเทศที่จัดอันดับโดย Credit Suisse

 

 

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories