×

Apple สั่งลดผลิตชิ้นส่วน iPhone 18 Pro เดือน ต.ค. ราว 15-20% หลังขึ้นราคาจนคนซื้อน้อยกว่าคาด

10.10.2026
  • LOADING...
ภาพ iPhone 18 Pro พร้อมข้อความระบุ Apple ลดผลิตชิ้นส่วน 15-20% หลังยอดขายน้อยกว่าคาด

Apple สั่งให้ซัพพลายเออร์บางรายลดการผลิตชิ้นส่วนของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่เพิ่งเปิดตัวไป หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงทำให้บริษัทต้องขึ้นราคา จนความต้องการซื้อของผู้บริโภคลดลง ตามรายงานของ Nikkei Asia

 

แหล่งข่าวหลายรายที่ทราบเรื่องนี้ให้ข้อมูลกับ Nikkei Asia ว่า Apple เริ่มระมัดระวังเรื่องปริมาณการผลิตมากขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน โดย 2 รายในจำนวนนี้ระบุว่าคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสำหรับเดือนตุลาคมถูกลดลงอย่างน้อย 15% จากที่สั่งไว้แต่แรก เพราะความต้องการในตลาดต่ำกว่าที่คาดไว้

 

“เฉพาะเดือนตุลาคม เราเห็นคำสั่งซื้อจาก Apple ลดลง 15-20% สำหรับทั้ง 2 รุ่นพรีเมียม และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้” แหล่งข่าวระดับผู้บริหารรายหนึ่งกล่าว

 

การลดออร์เดอร์ครั้งนี้จะกระทบปริมาณการผลิตในเดือนตุลาคมของซัพพลายเออร์บางรายเท่านั้น เพราะชิ้นส่วนแต่ละชนิดใช้เวลาผลิตล่วงหน้าไม่เท่ากัน และยังไม่แน่ชัดว่า Apple จะปรับลดออร์เดอร์เพิ่มอีกหรือไม่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

 

เลื่อนเปิดตัวรุ่นมาตรฐาน ทำยอดสั่งชิ้นส่วนต่ำกว่าทุกปี

 

แหล่งข่าวอีกรายที่รู้เรื่องนี้โดยตรงระบุว่าความต้องการชิ้นส่วนตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมน้อยกว่าปีก่อนๆ แต่ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ Apple เปลี่ยนตารางเปิดตัว iPhone โดยปีนี้บริษัทเลือกเปิดตัว 3 รุ่นพรีเมียมก่อน และเก็บ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน รวมถึง iPhone Air รุ่นใหม่ไว้เปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

 

“เราพบว่าความต้องการชิ้นส่วนตั้งแต่เดือนสิงหาคมสำหรับครึ่งหลังของปีนี้ไม่แรงเท่าปีก่อนๆ ที่ Apple เปิดตัวทุกรุ่นพร้อมกัน” ผู้ดูแลงานซัพพลายเชนรายหนึ่งกล่าว “ปีนี้ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน ซึ่งเป็นรุ่นที่ช่วยดันยอดได้ จะยังไม่ต้องใช้ชิ้นส่วนจนกว่าจะถึงช่วงปลายปี เพื่อเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027”

 

ถึงอย่างนั้น ยอดจัดส่งที่ลดลงก็ยังไม่ได้ทำให้รายได้ของ Apple ลดลงทันที เพราะ iPhone ทุกรุ่นปีนี้ราคาแพงขึ้นจากปีก่อนอย่างน้อย 10% อีกทั้งซัพพลายเชนของ Apple ก็มีความพร้อมและมีประสบการณ์ในการปรับแผนการผลิตให้ทันกับสภาพตลาดอยู่แล้ว

 

คนรอรับเครื่องสั้นลง สัญญาณความต้องการซื้อแผ่ว

 

นักวิเคราะห์ของ UBS ระบุในบทวิเคราะห์ช่วงต้นเดือนตุลาคมว่า ระยะเวลาเฉลี่ยที่ลูกค้าต้องรอรับ iPhone 18 Pro ในกว่า 30 ตลาดทั่วโลกกำลังสั้นลง

 

“ระยะเวลารอที่สั้นลงในขณะที่ปริมาณสินค้ายังคงที่ เป็นเรื่องที่เรากังวลมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Apple เพิ่งขึ้นราคา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะซื้อน้อยลงเมื่อเทียบกับการเปิดตัวครั้งก่อนๆ” นักวิเคราะห์ของ UBS ระบุ

 

Apple เปิดตัว iPhone รุ่นเรือธงล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน โดย iPhone 18 Pro เริ่มต้นที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.02 หมื่นบาท) และ iPhone 18 Pro Max เริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.36 หมื่นบาท) แพงขึ้นรุ่นละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,354 บาท) จากรุ่นปีที่แล้ว และเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน

 

ส่วน iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple มีราคาเริ่มต้นที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.70 หมื่นบาท) สำหรับรุ่นความจุ 256GB และจะเริ่มวางขายใน 70 ประเทศและพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม

 

“มันแพงเกินไปสำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง” แหล่งข่าวรายที่ 3 ที่รู้เรื่องนี้โดยตรงกล่าวกับ Nikkei Asia “เมื่อดูจากความต้องการ iPhone 18 Pro และ Pro Max แล้ว เราคาดว่า iPhone Duo ก็น่าจะเจอสถานการณ์คล้ายกันไม่นานหลังวางขาย”

 

ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกเจอวิกฤตชิปหน่วยความจำ

 

ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ควบคู่กับต้นทุนชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดย IDC คาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนในปี 2026 จะลดลง 16.7% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และภาวะซบเซาน่าจะลากยาวไปถึงปี 2027

 

อย่างไรก็ตาม IDC ระบุว่าราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 27.6% จากปีก่อน เพราะผู้ผลิตต่างขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูง

 

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 Apple ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคู่แข่ง ขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android หลายราย เช่น Xiaomi, Oppo และ Vivo ต่างปรับลดประมาณการยอดจัดส่งลงอย่างหนัก จากต้นทุนที่สูงขึ้นและชิ้นส่วนที่หาได้ยาก

 

Counterpoint บริษัทวิจัยตลาด ประเมินว่า Apple และ Samsung ซึ่งเน้นทำตลาดรุ่นค่อนข้างพรีเมียมมาตลอด น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น เพราะคู่แข่งรายเล็กที่เน้นรุ่นราคาประหยัดโดนผลกระทบหนักกว่า

 

หยาง หวัง นักวิเคราะห์ของ Counterpoint คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของทั้ง 2 แบรนด์จะเพิ่มจากต่ำกว่า 20% ในปี 2025 เป็นมากกว่า 22% ในปี 2026

 

แต่ความต้องการ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่อ่อนตัวลงก็แสดงให้เห็นว่า แม้แต่เจ้าตลาดอย่าง Apple ก็หนีไม่พ้นผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่พุ่งขึ้นแรง

 

นอกจากนี้ Nikkei Asia ยังเคยรายงานเมื่อเดือนกันยายนว่า Apple กำลังเร่งทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิต iPhone Duo ที่ผ่านมาตรฐาน เนื่องจากหน้าจอพับมีความซับซ้อนกว่า และ Apple มีมาตรฐานด้านคุณภาพที่เข้มงวด ทั้งนี้ Apple ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นจาก Nikkei Asia

 

ภาพ: Courtesy of Apple

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.54 บาท ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories