×

Tesla ทิ้งแผนตั้งโรงงานในไทย?

07.08.2024

หากย้อนไปเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุม OPEC ที่สหรัฐอเมริกา และมีโอกาสเยี่ยมชมโรงงาน Tesla

 

ซึ่งเศรษฐาได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของ Tesla และได้ข้อสรุปว่า Tesla จะตัดสินใจลงทุนในไทยได้ในไตรมาสแรกของปี 2567 โดยสื่อหลายสำนักรายงานข่าวตรงกันว่า Tesla ต้องการให้รัฐบาลปลดล็อก ‘เงื่อนไขพื้นที่ลงทุน’ ซึ่งต้องใช้พื้นที่ 2,000 ไร่ที่เป็นผืนเดียวกัน 

 

ทว่าเมื่อต้นสัปดาห์ก็มีกระแสข่าวว่า Tesla ได้พับแผนการลงทุนตั้งโรงงานในไทยไปแล้ว

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ล่าสุดวันนี้ (7 สิงหาคม) แหล่งข่าวระดับสูงในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า จากการที่เคยได้พูดคุยกับผู้บริหารของ Teslaก่อนหน้านี้ Teslaไม่เคยมีการพูดถึงแผนและไม่เคยแสดงความสนใจที่จะเข้าลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ ขณะเดียวกันส่วนตัวเข้าใจว่าปัจจุบัน Teslaยังไม่มีแผนลงทุนตั้งโรงงาน EV ในอาเซียนด้วยเช่นกัน

 

“เท่าที่ทราบข้อมูล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปทาบทามให้ Teslaเข้ามาตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย รวมถึงรัฐบาลของหลายประเทศก็พยายามจีบ Teslaให้มาลงทุนในประเทศของตัวเอง อาทิ อินโดนีเซีย ซึ่งถึงปัจจุบัน Teslaก็ไม่เคยออกมาประกาศว่ามีแผนจะลงทุนในไทยและอาเซียนเลย ซึ่งเท่าที่เคยคุยกับผู้บริหารของ Teslaก็ไม่เคยพูดถึงแผนการลงทุนตั้งโรงงาน EV ในไทยด้วย”

 

โดยช่วงที่ผ่านมาในปี 2565 Teslaได้จัดตั้งบริษัท เทสลา (ประเทศไทย) แต่บริษัทนี้ก็ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ EV กับธุรกิจสถานีชาร์จเป็นหลัก โดย Teslaไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า เนื่องจาก Teslaนำเข้ารถมายังประเทศไทยจากต้นทางคือ Gigafactory Shanghai ประเทศจีน ซึ่งจีนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-จีน (FTA)

 

Tesla กำลังสูญเสียตลาดทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน

 

เมื่อดูสถานการณ์ตลาด EV ของ Teslaก็พบว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายของ Teslaเป็นอย่างมาก เพราะกำลังสูญเสียตลาดทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน นับตั้งแต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ยอดขายของ Teslaในสหรัฐอเมริกาลดลง 8% แย่กว่าตลาดยุโรปที่ลดลง 13%  

 

สาเหตุแรกๆ นอกจากเศรษฐกิจชะลอแล้ว หากดูราคาและรุ่นยังคงมีออปชันให้เลือกจำกัดและค่อนข้างเก่า โดยรุ่น Model 3 เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เมื่อปีที่แล้ว ส่วน Model Y มีอายุ 5 ปี และ Model S ก็ตั้งแต่ปี 2553

 

บวกกับการแข่งขันก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปที่ Teslaกำลังได้รับแรงกดดันจากแบรนด์เยอรมนีระดับพรีเมียมและการเข้ามาของ EV จีน เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯ อย่าง Ford และ Rivian รวมทั้งแบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้เองก็กำลังแข็งแกร่งในประเทศ ส่วนรถรุ่นใหม่ล่าสุดของ Teslaอย่าง Cybertruck ก็ยังไม่เป็นที่นิยมในแง่ของยอดขายในสหรัฐฯ ขณะนี้ก็ทำได้เพียง 11,300 คัน  

 

ส่วนยอดขายรวมเดือนเมษายน-มิถุนายนขายได้ 443,956 คัน ลดลง 4.8% จากยอดขาย 466,140 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

 

ขณะที่ตลาดจีน แม้ว่าปีที่ผ่านมา Teslaจะสามารถทำสงครามราคาในจีนได้ แต่วันนี้กลับไม่น่าดึงดูดอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์อื่นเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศจีน ที่สำคัญแบรนด์คู่แข่งอย่าง BYD หรือแม้แต่ XPENG และ NIO ก็พัฒนารถยนต์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่หยุดและราคาไม่แพง

 

Teslaถูกกดดันหนักขึ้นจากหลายปัจจัยทั้งราคาและที่สำคัญคือ ‘สงครามการค้า’ ระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จึงเห็นข่าวคราวการขยายธุรกิจและการมองหาฐานการผลิตนอกจีน พื้นที่เอเชียใต้ และอาเซียน ออกมาเป็นระยะ ส่งผลให้รัฐบาลแต่ละประเทศพยายามสบช่องออกมาตรการดึงดูดให้ Teslaเข้ามาตั้งโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอินเดียที่เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า Teslaเตรียมจัดส่งทีมสำรวจประเมินความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอินเดีย

 

เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียที่พยายามจีบ อีลอน มัสก์

 

อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เพื่อนบ้านและคู่แข่ง EV

 

นับตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ขอให้ อีลอน มัสก์ สร้างโรงงาน EV ในอินโดนีเซีย ด้วยความพร้อมของแหล่งสำรองนิกเกิลและวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ EV ครั้งนั้นมัสก์แสดงความสนใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับอินโดนีเซีย โดยยอมรับถึงศักยภาพตลาด

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้หารือเกี่ยวกับการลงทุนกับมัสก์ทางออนไลน์ในเดือนกรกฎาคม ปี 2566

 

รวมถึงนายกรัฐมนตรีของไทย เศรษฐา ทวีสิน ที่ได้พบกับมัสก์ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และในการประชุม OPEC มีการคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนในไทยรวมอย่างน้อย 5 พันล้านดอลลาร์จากTesla 

 

เศรษฐามุ่งมั่นดึงดูดการลงทุน EV ต่อเนื่อง ทั้งค่ายรถ EV จีน และ Teslaซึ่งในแง่ของ Teslaรัฐบาลระบุว่า ประเทศไทยพร้อมรองรับคลื่นการลงทุนจากจุดแข็ง 2 เรื่อง คือ 

 

  1. อานิสงส์ของสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ไทยพร้อมเป็นหมุดหมายปลายทางบริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิต

 

  1. ไทยมีพลังงานที่พร้อม โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ‘คือข้อได้เปรียบที่ไม่มีใครสู้ได้’

 

นอกจากนี้ EEC หรือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ก็เคยนำเสนอแพ็กเกจสูงสุดเพื่อดึงดูด Teslaเข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ EEC ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นภาษีการลงทุนต่างๆ สูงสุด 15 ปี และยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ​ทั้งอุปกรณ์และชิ้นส่วน ให้วีซ่า​ระยะยาวในการพำนักในไทยสูงสุด​ 10 ปี​ทั้งในกลุ่มแรงงาน​และนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันแพ็กเกจดังกล่าวจะเป็นแพ็กเกจพิเศษที่มากกว่า BOI ที่ยกเว้นภาษีการลงทุนสูงสุดที่ 8 ปี

 

รวมไปถึงการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Flat Rate) เหลือ 17% และปรับอัตราค่าเช่าพื้นที่สร้างโรงงาน คาดว่าจะให้เช่า​ได้สูงสุด​ 99 ปี

 

ทว่าปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานว่า Teslaจะมีแผนลงทุนในไทยอย่างไรต่อไป ส่วนยอดขายในไทยนั้น ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1,896 คัน ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้ว 104% Teslaในไทยจึงมีเพียงความคืบหน้าของ Tesla Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าล้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ได้เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งยังไม่มีแผนวางจำหน่ายในประเทศไทย ณ เวลานี้ 

 

อย่างไรก็ตาม โรฮัน พาเทล ผู้บริหารระดับสูงของ Teslaกล่าวย้ำว่า Teslaยังให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนที่มีแนวโน้มการเติบโตของ EV อย่างมาก บริษัทยังคงมองหาโอกาสขยายการลงทุน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า Teslaจะเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานประเทศใด 

 

 

ชะลอแผนทั่วโลก จนกว่าจะรู้ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

ที่ผ่านมาบ่อยครั้งที่ อีลอน มัสก์ มักจะบอกว่า Teslaจำเป็นต้องมีโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่ง เพื่อกระจายสายป่านการผลิตและการขายรถยนต์ในระยะยาว รวมถึงเลี่ยงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 6 แห่ง โดยมีสหรัฐฯ 4 แห่ง, จีน 1 แห่ง และเยอรมนีอีก 1 แห่ง 

 

“เพราะการมีไข่ในตะกร้าใบเดียวหรือมีกำลังการผลิตที่มากเกินไปและขึ้นอยู่กับรัฐบาลเดียวไม่ใช่เรื่องดีนัก” 

 

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Teslaจะมองหาโอกาสสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในประเทศอื่นๆ มากขึ้น  

 

แต่เวลานี้หากดูจากแถลงการณ์ของ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Teslaที่บอกกับนักลงทุนเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า บริษัทจะชะลอการลงทุนในภาคเหนือของเม็กซิโก จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีศุลกากร หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอีกครั้ง ก็มีผลต่อแผนกลยุทธ์ธุรกิจ ก็อาจสื่อได้ว่า อีลอน มัสก์ ต้องการชะลอการพิจารณาการลงทุนทั่วโลกในระยะนี้ออกไปก่อน จนกว่าจะได้รับทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

 

อ้างอิง:


READ MORE




Latest Stories