ฐปณีย์ เปิดลำดับเวลา รอจนรถตำรวจออกและเปิดถนนก่อนเข้าพื้นที่พร้อมฝ่ายปกครอง ย้ำไม่ได้เข้าโดยพลการ ขอความเป็นธรรมจาก ฉก.นราธิวาส
เมื่อช่วงดึกวานนี้ (25 สิงหาคม) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters โพสต์ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซึ่งระบุว่า ภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ถูกถ่ายก่อนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ พร้อมเตือนว่าการเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอาจสร้างความยุ่งเหยิงและกระทบต่อพยานหลักฐานในคดี (https://www.facebook.com/share/p/1JWcik9sxe/?mibextid=wwXIfr)
ฐปณีย์ระบุว่า ในฐานะนักข่าวที่เข้าไปทำข่าวบริเวณทางเข้าหมู่บ้านไอยือรุส ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดที่นายซอและ ดอเลาะ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม จำเป็นต้องยืนยันว่า ทีมข่าวเข้าไปในพื้นที่หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้วอย่างแน่นอน
ฐปณีย์อธิบายลำดับเหตุการณ์ว่า ก่อนลงพื้นที่ได้นัดหมายกับผู้ใหญ่บ้านไว้ เมื่อเดินทางไปถึงพบรถทหารปิดถนนและยังไม่อนุญาตให้ทั้งนักข่าวและชาวบ้านเข้าไป ทีมข่าวจึงรออยู่ด้านนอก กระทั่งผู้ใหญ่บ้านและพยานในเหตุการณ์ 3 คน ซึ่งเข้าไปชี้จุดเกิดเหตุ เดินทางออกมาพร้อมกับรถตำรวจและเจ้าหน้าที่
หลักฐานจากโทรศัพท์มือถือของทีมข่าวระบุข้อมูลพิกัดและเวลา โดยปรากฏภาพรถตำรวจขับออกจากพื้นที่เมื่อเวลา 13.42 น. ส่วนทีมข่าวเข้าไปยังจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 15.23 น. หลังเปิดถนนแล้ว โดยเดินทางไปพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และพยานในเหตุการณ์ ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่โดยพลการ
“เราเข้าไปทำข่าวหลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจที่เกิดเหตุแล้วอย่างแน่นอน” ฐปณีย์ระบุ พร้อมยืนยันว่ามีทั้งคลิปวิดีโอ ภาพรถเจ้าหน้าที่ ทะเบียนรถ และข้อมูลพิกัดเวลาเป็นหลักฐาน รวมถึงคลิปที่แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านั้นชาวบ้านและนักข่าวถูกกั้นไม่ให้เข้าไปในพื้นที่
ฐปณีย์ระบุด้วยว่า จะรวบรวมและเผยแพร่คลิปฉบับเต็มเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมในเช้าวันที่ 26 สิงหาคม เนื่องจากขณะโพสต์เป็นเวลาประมาณ 23.00 น. และยังไม่สามารถติดต่อบุคคลที่อยู่ร่วมในการตรวจพื้นที่เพื่อยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ประกอบกับอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังทำงานต่อเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน
ฐปณีย์ขอความเป็นธรรมและแสดงความกังวลว่า ข้อความในแถลงการณ์อาจนำไปสู่การโจมตีผู้สื่อข่าว พร้อมขอไม่ให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสกล่าวหาสื่อด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
“นักข่าวมีหน้าที่ทำข่าวและแสวงหาข้อเท็จจริง ใครทำถูกหรือผิด นักข่าวไม่ใช่ผู้ตัดสิน และเราไม่เคยตัดสินใคร” ฐปณีย์ระบุ พร้อมชวนทุกฝ่ายพูดคุยและตรวจสอบเรื่องนี้บนฐานของข้อเท็จจริง
ก่อนหน้านี้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีทหารใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอจะแนะ โดยระบุว่า ภารกิจในคืนวันที่ 22 สิงหาคมเป็นเพียงการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ มีกำลังพลบนอากาศยาน 4 นาย และไม่มีผู้ใดนำอาวุธประจำกายขึ้นไป
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ที่ยิงนายซอและ รวมถึงที่มาและวิถีของกระสุน ยังต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป
อ้างอิง:




