×

ศุภจีแจง สว. กรณี ‘มหานครผลไม้จันทบุรี’ ชูบริหารจัดการครบวงจร ควบคู่การแปรรูป ขยายตลาดส่งออกจีนฝั่งตะวันตก

โดย THE STANDARD TEAM
27.04.2026
  • LOADING...
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงโครงการมหานครผลไม้จันทบุรีต่อที่ประชุมวุฒิสภา

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (27 เมษายน) วาระพิจารณากระทู้ถาม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งกระทู้ถาม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงความคืบหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจร จังหวัดจันทบุรี โดยระบุถึงสภาวะที่ประเทศไทยส่งออกทุเรียนมูลค่าเกือบ 150,000 ล้านบาทต่อปี แต่เกษตรกรยังประสบปัญหาถูกกดราคาและขาดอำนาจต่อรอง

 

ยุคลชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบตลาดทำให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุหรือล้งที่มีลักษณะเป็นนอมินีต่างชาติเข้ามาครอบงำและสวมสิทธิ์ผลไม้ไทยอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจรเคยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ครั้ง และมีความพร้อมในการดำเนินการ แต่โครงการกลับไม่มีความคืบหน้าภายหลังการเปลี่ยนรัฐบาล ส่งผลให้เกษตรกรเกิดความผิดหวังและต้องการความชัดเจนในการดำเนินงานจากรัฐบาล

 

ศุภจีชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้สินค้าเกษตรมีเสถียรภาพผ่านการบูรณาการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ภายใต้แนวคิดการตลาดนำการผลิต โดยทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของปัญหาล้ง รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดทั้งต่อล้งไทยและต่างชาติเพื่อให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

สำหรับสถานการณ์การส่งออกทุเรียนในปี 2569 พบว่ามีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 30 กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศจีนเพิ่มเติมจากการทำตลาดในฝั่งตะวันออกเพียงอย่างเดียว

 

ในด้านการส่งเสริมการตลาด ศุภจีระบุว่าได้ประสานอินฟลูเอนเซอร์จากประเทศจีนให้ลงพื้นที่สวนผลไม้ในประเทศไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า โดยมีการสนับสนุนการไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าผ่านโรงคัดบรรจุของไทยเพื่อยืนยันแหล่งที่มา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากอินฟลูเอนเซอร์ภายในประเทศให้ช่วยผลักดันสินค้าเกษตรไทยอีกทางหนึ่ง

 

นอกจากนี้ ศุภจีให้ความเห็นว่าโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจรต้องให้ความสำคัญกับการแปรรูปควบคู่ไปกับการตลาด โดยเฉพาะการลงทุนในระบบห้องเย็นเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิต ซึ่งปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนและกำกับดูแลตลาดกลางจำนวน 59 แห่ง เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของเกษตรกรในระยะยาว รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

 

ศุภจีกล่าวสรุปว่า ยินดีรับโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครบวงจรไปพิจารณาศึกษาและนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร่งด่วน โดยจะพิจารณาในภาพรวมทั้งระบบที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการตลาดกลางและการแปรรูป เพื่อสร้างราคาที่มีเสถียรภาพและสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising