×

Stardew Valley เกมปลูกผักแห่งยุคที่พัฒนาด้วย ‘มนุษย์’ หนึ่งคน ทำยอดขายทะลุ 10 ล้านชุดในทุกแพลตฟอร์ม

24.01.2020
  • LOADING...

หลังจากวางขายบนเว็บ Steam ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 เกม ‘ปลูกผัก’ แห่งยุคที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากความชอบและความรัก (ผสมกับความหงุดหงิด) ในการเล่นเกมแนวนี้ของผู้ชายที่ชื่อ เอริก บาโรน ก็สร้างปรากฏการณ์จนกลายเป็นเกมที่ทำยอดขายทุกแพลตฟอร์มได้ถึงระดับ 10 ล้านก๊อบปี้เป็นที่เรียบร้อย 

 

เอริก บาโรน นักพัฒนาเกม วัย 31 ปี เริ่มต้นชีวิตหลังจบปริญญาตรีด้วยการเป็นคนไม่มีงานประจำ มีรายได้เสริมจากการเป็น ‘พนักงานเดินตั๋ว’ ที่โรงภาพยนตร์ในซีแอตเทิล ใช้เวลาว่างเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเริ่มพัฒนาเกม Stardew Valley ตั้งแต่ช่วงปี 2011-2012 โดยใช้ชื่อในวงการเกมว่า ConcernedApe

 

โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเกมปลูกผักในตำนานที่เขาชื่นชอบมากๆ อย่าง Harvest Moon และนำมาต่อยอด แก้ไขจุดที่ทำให้เขาหงุดหงิด เพิ่มส่วนที่ขาดหาย ผสมเข้ากับจุดเด่นของหลายๆ เกมที่เขาชื่นชอบ 

 

จนกลายเป็นเกมปลูกผักที่มีแผนที่กว้างขวาง, ภารกิจหลากหลาย, เนื้อเรื่องผสมผสานนิยายแฟนตาซี, มีระบบคราฟต์ไอเท็มด้วยตัวเอง, ต่อสู้กับมอนสเตอร์, การพัฒนาทักษะอาชีพที่หลากหลาย และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่ช่วยเสริมความสมจริงให้มากยิ่งขึ้น 

 

โดยมี Chucklefish (บริษัทตัวแทนจำหน่ายเกมอินดี้) มาช่วยดูแลในเรื่องการขายและจัดการเว็บไซต์ เพื่อให้เอริกทุ่มเทเวลาให้การพัฒนาเกมได้อย่างเต็มที่ กระทั่งตัวเกมเวอร์ชันแรกเสร็จสมบูรณ์และวางจำหน่ายบนเว็บ Steam ได้ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2016 

 

การใช้เวลา 4 ปีเพื่อกลบจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง พัฒนาเกมอย่างตั้งใจของเอริกประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะเกมเมอร์ทั้งหลายสัมผัสได้ทันทีว่านี่คือเกมปลูกผักที่เหมือนผู้พัฒนานั่งอยู่กลางหัวใจพวกเขาแล้วสร้างเกมนี้ออกมา จน Stardew Valley ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านก๊อบปี้ภายในเวลา 2 เดือน 

 

ในประเทศไทยมีการทำเว็บ www.stardewvalleywikithai.com เพื่อให้ข้อมูลวิธีการเล่นอย่างละเอียด และมีการตั้งกลุ่ม Stardew Valley Thailand ในเฟซบุ๊กที่มีสมาชิกมากกว่า 68,000 คน ที่ยังมีคนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เล่นมาตลอดถึงตอนนี้

 

และเริ่มขยายไปลงแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั้ง PS4, XBOX One, Nintendo Switch, macOS, Linux, iOS, Android และล่าสุด อีลอน มัสก์ ก็เพิ่งออกมาประกาศว่าจะเพิ่ม Stardew Valley เป็นหนึ่งในเกมติดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla ด้วย!

 

จุดแข็งที่ทำให้ Stardew Valley ยังเป็นเกมปลูกผักในดวงใจของเกมเมอร์ทั่วโลกมาจนถึงตอนนี้คือการที่เอริกยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเกมอยู่เสมอตลอดระยะเวลา 4 ปี ถึงแม้รายได้จากการขายเกมจะทำให้เขาใช้ชีวิตแบบสุขสบายได้โดยไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ตาม 

 

เอริก (ที่ยังคงทำงานคนเดียวเป็นหลัก) จะนำความคิดเห็นของเกมเมอร์มาปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งการอัปเดตเวอร์ชันครั้งใหญ่ (ที่สำคัญคือการพัฒนาระบบมัลติเพลเยอร์ให้เล่นร่วมกันหลายคนได้) เพื่อความสมบูรณ์ของตัวเกมอยู่เสมอ 

 

โดยเพิ่งอัปเดตเวอร์ชันล่าสุด Stardew Valley 1.4 (มีรายละเอียดอัปเดตยาว 16 หน้ากระดาษ) ไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2019 ซึ่งเอริกยังคงยืนยันว่าเขาจะทำการอัปเดตให้ฟรีทุกครั้ง โดยที่ผู้เล่นไม่ต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชันขยาย (DLC) แต่อย่างใด 

 

ทำให้ผู้เล่นเก่าๆ ก็ยังแวะเวียนกลับเข้ามาเล่นเกมนี้อยู่เรื่อยๆ และยังมีผู้เล่นใหม่ๆ จากหลายๆ แพลตฟอร์มดาวน์โหลด Stardew Valley มาเล่นอยู่ตลอด เพราะมั่นใจได้ว่าเสียเงินแค่ครั้งเดียว (ราคาประมาณ 270-350 บาท แล้วแต่ช่วงเวลาและแพลตฟอร์ม) สามารถเล่นได้ไปตลอดชีวิต 

 

เมื่อกลางปี 2019 มีรายการจากเว็บไซต์ www.thewealthrecord.com ออกมาเปิดเผยว่าเอริกทำรายได้จากการเป็นผู้พัฒนาเกม Stardew Valley ทั้งหมดประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท 

 

กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านที่ยังมีความสุขอยู่กับการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาเกม Stardew Valley ให้สมบูรณ์แบบมากที่สุดต่อไปเหมือนเดิม 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising