×

สรุปผลสอบเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว รฟท. สั่งรื้อระบบคุมงานก่อสร้างทั่วประเทศ จ่อฟันผู้รับจ้างละเมิดกฎความปลอดภัย

โดย THE STANDARD TEAM
27.05.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบซากเครนก่อสร้างที่ถล่มทับรางรถไฟ

วานนี้ (26 พฤษภาคม) กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำโดย จิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วยปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จากเหตุการณ์อุปกรณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นและสถานีสีคิ้ว เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

 

จิระพงศ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 45 วัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การทดสอบวัสดุทางวิศวกรรม การตรวจสอบชิ้นส่วนเหล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน การจัดทำแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์กลไกการพังทลาย รวมถึงการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

 

ผลการตรวจสอบสรุปได้อย่างชัดเจนว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะความบกพร่องในกระบวนการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ Launching Gantry ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ในวันเกิดเหตุมีการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดการรับน้ำหนักเกินพิกัดในจุดรองรับด้านหน้า จนชิ้นส่วนรับแรงเกิดความเสียหายและโครงสร้างพังทลายลงสู่พื้นที่ทางรถไฟในจังหวะเดียวกับที่ขบวนรถโดยสารวิ่งผ่าน

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังพบข้อบกพร่องร้ายแรงด้านการกำกับดูแลพื้นที่ก่อสร้าง อาทิ การไม่ขออนุญาตปิดการเดินรถ (Window Time) การลักลอบปฏิบัติงานก่อนได้รับการอนุมัติ การละเลยการตรวจสอบอุปกรณ์ตามวงรอบ และการขาดความต่อเนื่องในการควบคุมงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เสนอแนะให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกำกับดูแล จัดสรรบุคลากรให้เหมาะสม และยกระดับการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่างเร่งด่วน

 

ทางด้านรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กล่าวชี้แจงถึงแนวทางการดำเนินการแก้ไขและป้องกันปัญหาในระยะยาว โดยระบุว่า ขณะนี้ รฟท. ได้รับรายงานผลการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายและเงื่อนไขสัญญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพย์สิน และการเดินรถ เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม

 

พร้อมกันนี้ รฟท. ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ โดยกำหนดเงื่อนไขเด็ดขาดให้การปฏิบัติงานในระยะใกล้เขตทางรถไฟ จะต้องได้รับอนุญาตปิดการเดินรถเป็นลายลักษณ์อักษรจาก รฟท. ทุกครั้ง และสั่งยกเลิกระบบการอนุมัติงานล่วงหน้าหรือย้อนหลังโดยสิ้นเชิง

 

นอกจากนี้ รฟท. ได้วางมาตรการควบคุมเชิงรุก โดยกำหนดให้ที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) ต้องอนุมัติการทำงานแบบรายวันพร้อมแนบหลักฐานภาพถ่ายหน้างาน และต้องมีวิศวกรพร้อมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำพื้นที่ตลอดเวลา หากพบการฝ่าฝืนจะถูกสั่งระงับงานทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ในส่วนของเครื่องจักรและอุปกรณ์ จะต้องมีการตรวจสอบเครน Launching Gantry ทุกชุดโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party) พร้อมกำหนดมาตรฐานอายุการใช้งานของเหล็กยึด PT Bar ให้ใช้ได้ไม่เกิน 60 รอบและห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด

 

รวมถึงให้มีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ (Real-time) เช่น ระบบตรวจวัดความเอียง แรงดึง และกล้องวงจรปิด เพื่อให้สามารถสั่งหยุดงานได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ ทั้งนี้ รฟท. ยืนยันว่าจะนำบทเรียนจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ไปทบทวนหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้างในอนาคต โดยจะให้น้ำหนักกับประสบการณ์และมาตรฐานความปลอดภัยเหนือกว่าการพิจารณาด้านราคา พร้อมเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising