×

SPCG คาดรายได้ปี 2564 โต 10% ใช้งบหมื่นล้านผลิตไฟฟ้าแตะ 1,000 MW ปี 2568

โดย efinanceThai
12.11.2020
  • LOADING...
SPCG คาดรายได้ปี 2564 โต 10% ใช้งบหมื่นล้านผลิตไฟฟ้าแตะ 1,000 MW ปี 2568

บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ย้ำ รายได้ปีนี้แตะ 5 พันล้านบาท คาดรายได้ปี 2564 โต 10% แตะ 5.5 พันล้านบาท ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ลุยโครงการเดิม-ใหม่ต่อเนื่อง ตั้งเป้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ ในปี 2568

 

พิพัฒน์ วิริยธรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน SPCG เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ว่าทิศทางการดำเนินงานในปี 2564 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือแตะระดับ 5.5 พันล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 5 พันล้านบาท ใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการที่ลงทุนต่อเนื่องคือ โครงการ Solar Farm ‘Ukujima Mega Solar Project’ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2564 คาดลงทุนเพิ่มอีก 1.4 พันล้านบาท และโปรเจกต์ใหม่อื่นๆ

 

“ทุกปีเราตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% หรืออย่างน้อยๆ ปีหน้าแตะ 5.5 พันล้านบาท ซึ่งไม่ต่ำกว่าปี 2563 แน่นอน เราพยายามพัฒนาธุรกิจหรือเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขาย เช่น ธุรกิจลีสซิ่งสำหรับลูกค้า Solar Roof รวมถึงโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าคงจะเริ่มเห็นในปีหน้า” พิพัฒน์กล่าว

 

ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทวางเป้าหมายรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท หลังจากขยายธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Roof ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ต่อเนื่อง ด้านธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm 36 แห่ง ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ได้ 390 ล้านหน่วย หลัง 9 เดือนแรกทำได้แล้ว 292 ล้านหน่วย

 

รวมถึงการขยายโครงการลงทุนใหม่ๆ โดยแผนงานด้านพลังงานของบริษัทในอนาคต ตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2568) จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์ และภายในปี 2580 ไม่ต่ำกว่า 3,000 เมกะวัตต์

 

สำหรับดีลการลงทุนนวัตกรรมรูปแบบใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน เนื่องจากติดปัญหาด้านเทคนิคบางประการ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ หรืออย่างช้าสุดเป็นช่วงต้นปีหน้า

 

ทั้งนี้ สำหรับโครงการ Solar Farm ในไทย บริษัทมีโครงการที่หมดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Adder ในปีนี้ไปแล้ว 1 โครงการ จะทำให้ค่าไฟต่อหน่วยเหลือประมาณ 3.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งบริษัทต้องบริหารลดต้นทุนภายใน โดยสามารถลดลงได้แล้ว 1 ร้อยล้านบาทต่อปี และในปีถัดไป บริษัทจะต้องบริหารจัดการลดต้นทุนลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากนับรวมสัญญา Adder ทั้งหมดจากปีนี้ถึงปี 2567 จะมีโครงการที่หมดสัญญารวมจำนวน 205.9 เมกะวัตต์

 

ลักษณะธุรกิจของ SPCG

ประกอบธุรกิจด้านการลงทุน โดยการถือหุ้นบริษัทในเครือ เพื่อดำเนินธุรกิจ 4 ด้าน ดังนี้ 

  1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง Solar Farm แบบครบวงจร (Engineering, Procurement and Construction: EPC) และธุรกิจบริการด้านการปฏิบัติการ การบำรุงรักษา และการประมวลผล Solar Farm (Operation, Maintenance and Monitoring: OM&M) 
  2. ธุรกิจหลังคาเหล็กและโครงสร้างพร้อมบริการครบวงจร (Steel Roof) 
  3. ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)
  4. ผู้แทนจำหน่ายและผู้ให้บริการเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) อย่างเป็นทางการ (Authorised Sales & Service Partnership) ของ SMA Solar Technology AG ประเทศเยอรมนี

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
รายงาน: ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories