×

‘ซอมบี้ฟุตบอล’ จะพาเกาหลีใต้ถึงฝันเอเชียนคัพหรือไม่?

06.02.2024
  • LOADING...
ซอมบี้ฟุตบอล

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ดูเหมือนคนเกาหลีกับหนังแนวซอมบี้จะเป็นของที่เข้ากันได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

จากเรื่องราวของ Train to Busan ที่เป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ ‘K-Zombie’ จนนำมาสู่ซีรีส์ที่ได้รับการกล่าวขานอย่าง Kingdom และอีกมากมายหลายเรื่องตามมา นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่งดงามสำหรับวงการบันเทิงแดนกิมจิ

 

แต่ในวงการฟุตบอลเองดูเหมือนซอมบี้ก็เริ่มจะเข้ามามีส่วนนิดๆ ด้วยเหมือนกัน กับผลงานของทีมชาติเกาหลีใต้ในรายการเอเชียนคัพ ที่ตอนนี้เข้ามาจนถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สถิติที่น่าสนใจคือใน 5 นัดที่ลงสนามพวกเขามาทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลังถึง 4 ประตู

 

ความตายยากตายเย็นนี้เองที่ทำให้เกาหลีใต้ถูกขนานนามว่า ‘ซอมบี้ฟุตบอล’ 🧟‍♂️

 

รายการฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 ที่ประเทศกาตาร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในเรื่องของคุณภาพเกมการแข่งขันที่พัฒนาขึ้นจากในอดีตมาก โดยเฉพาะการเติบโตของบรรดาทีมเล็กทีมน้อยที่เคยถูกมองว่าเป็นไม้ประดับ ก็สามารถปักหลักต่อสู้กับทีมใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจ

 

 

แต่ในจำนวนนี้ก็มีทีมที่เล่นได้ไม่เป็นที่น่าประทับใจเหมือนกัน ซึ่งทีมที่แฟนบอลดูแล้วส่ายหัวมากที่สุดคือทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ได้ ‘ฉลามขาว’ เจอร์เกน คลินส์มันน์ ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี ที่เคยคุมทีม ‘อินทรีเหล็ก’ ในช่วงฟุตบอลโลก 2006 รวมถึงทีมชาติสหรัฐอเมริกามาคุมทัพ

 

จากทีมที่แข็งแกร่ง ดุดัน เล่นได้มันที่สุดทีมหนึ่ง เกาหลีใต้ในเอเชียนคัพครั้งนี้อ่อนปวกเปียก ไม่เฉียบคมเหมือนเก่า และดูไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับทีมที่มีสมญาในอดีตว่าพลังโสม (สมัยก่อนคนเฒ่าเขาแซวกันว่านักเตะเกาหลีใต้กินโสมเยอะเลยแรงดี)

 

แต่ก็อีกนั่นแหละ ขนาดเล่นแย่เกาหลีใต้ก็ทะลุเข้ามาได้ถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระหว่างทางพวกเขาผ่านด่านมหาหินอย่างซาอุดีอาระเบีย รวมถึงออสเตรเลียมาได้อย่างไม่มีใครอยากเชื่อในรอบ 16 ทีมและ 8 ทีมสุดท้าย

 

ทั้งสองนัดเริ่มและจบลงเหมือนกันประหนึ่งหนังภาคต่อ เกาหลีใต้ตกเป็นรอง และเล่นไม่เป็นโล้เป็นพายเลย จนกระทั่งมาฮึดเอาในช่วงสุดท้ายของเกม

 

ในเกมกับซาอุดีอาระเบีย พวกเขาทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 99 ก่อนจะยื้อกันในช่วงต่อเวลาพิเศษและเอาชนะได้ในการดวลจุดโทษ

 

ส่วนในเกมกับออสเตรเลียไม่ต้องถึงฎีกา แต่กว่าจะตีเสมอได้ก็คือนาทีที่ 6 ของการทดเวลาจากจุดโทษของฮวังฮีชาน แล้วมาพลิกแซงชนะได้จากลูกฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษของซนฮึงมินที่โชว์ความเป็นสุดยอดนักเตะระดับโลกของแท้ยิงหลอกเข้าเสาแรกอย่างเหนือชั้น

 

 

ความตายยากของเกาหลีใต้ที่เหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นในช่วงสุดท้ายของเกม และปลดปล่อยพลังหลังจากได้ประตูตีเสมอเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก

 

ในถ้อยคำของคลินส์มันน์เองก็ดูเหมือนจะปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในมือสตาร์ของทีมอย่างซนฮึงมิน, ฮวังฮีชาน รวมถึงอีคังอิน ที่จะหาหนทางเอาชัยชนะมาให้ทีมให้ได้

 

“ซนเป็นผู้นำและผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ผมเชื่อในการตัดสินใจของเขา” คลินส์มันน์ที่ดูไม่มีสง่าราศีเหลือเลยกล่าว โดยที่แฟน ‘นักรบแทกุก’ เองก็ไม่ค่อยสนใจฟังเท่าไร เพราะไม่เชื่อมือของกุนซือชาวเยอรมันคนนี้มาสักพักแล้ว

 

ความจริงไม่มีใครคาดหวังกับศูนย์หน้าที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1990 มาแล้วสักเท่าไร

 

คลินส์มันน์ได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมชาติเกาหลีใต้เมื่อต้นปี 2023 แทนที่ของเปาโล เบนโต ที่อำลาหลังจบภารกิจในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งปรากฏว่าการทำงานในช่วงแรกเป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งในสายตาของสื่อมวลชนเกาหลีใต้

 

ไม่เพียงแค่ฟอร์มการเล่นของทีมที่ย่ำแย่ การปฏิบัติกับสื่อของคลินส์มันน์ก็ไม่เป็นที่ถูกใจนัก โดยเฉพาะเรื่องของการให้สัมภาษณ์ผ่าน Zoom จากบ้านพักที่แคลิฟอร์เนีย

 

เสียงวิจารณ์ดังกระหึ่มในช่วงเวลาดังกล่าว ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับทั้งเรื่องผลงานของทีม ไปจนถึงเรื่องของการวางตัวต่างๆ เพียงแต่ในความรู้สึกลึกๆ แล้วไม่มีคนเชื่อมือหรือเชื่อใจกุนซือฉลามขาวคนนี้สักเท่าไรนัก

 

อย่างไรก็ดีในการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ทีมที่ประสบความสำเร็จไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นทีมที่เล่นได้ดีสวยงามตั้งแต่นัดแรกเสมอไป

 

บ่อยครั้งทีมที่เริ่มต้นได้กระท่อนกระแท่น แต่ค่อยๆ เริ่มดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแต่ละนัดก็จบด้วยถ้วยแชมป์ ตัวอย่างที่ดีล่าสุดคือในฟุตบอลโลก 2022 ที่อาร์เจนตินา เริ่มต้นด้วยการแพ้ซาอุดีอาระเบียมาก่อนจะค่อยๆ พลิกฟอร์ม ฝ่าตะลุยไปทีละรอบทีละนัดจนสุดท้ายคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 3 ปิดตำนานเทพนิยายลูกหนังของลิโอเนล เมสซีได้

 

 

เกาหลีใต้ก็มีโอกาสจะทำได้เช่นกัน หลังจากที่ไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้เลยนับตั้งแต่ปี 1964 หรือ 50 ปีมาแล้ว โดยครั้งล่าสุดที่ได้เข้าชิงชนะเลิศคือปี 2015 แต่ก็พ่ายให้กับออสเตรเลีย (ซึ่งมี แอนจ์ ปอสเตโคกลู คุมทัพ และเป็นบอสของซนฮึงมินในสโมสร)

 

เริ่มจากเกมคืนนี้ที่จะพบกับจอร์แดน ซึ่งบู๊กันมาอย่างสนุกในเกมรอบแรกที่เสมอกัน 2-2 โดยที่จอร์แดนก็เป็นหนึ่งในความเซอร์ไพรส์ของรายการนี้

 

ถ้าหากผ่านด่านไปได้ก็จะรอพบกับผู้ชนะระหว่างแชมป์เก่าและเจ้าภาพกาตาร์ หรืออิหร่านที่หักด่านญี่ปุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

 

คลินส์มันน์บอกเป็นนัยว่าทีมของเขาพร้อมเสมอหากเกมจะยื้อไปถึงช่วงของการต่อเวลาพิเศษ หรือแม้แต่การดวลจุดโทษ

 

ฟอร์มอาจไม่โดนใจ แต่บอกเลยไม่มีใครประมาท ‘ซอมบี้ฟุตบอล’ ได้แน่นอนในตอนนี้!

 

อ้างอิง:

FYI
  • เกาหลีใต้และจอร์แดน พบกันแค่ 6 ครั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
  • จอร์แดนไม่เคยชนะเกาหลีใต้เลย แต่แพ้แค่ 2 ครั้งหลังสุดเท่านั้น
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising