วันนี้ (19 กรกฎาคม) พล.อ. สมเจตน์ บุญถนอม อดีตสมาชิกวุฒิสภา และผู้มีส่วนร่วมในการร่างและแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ พ.ร.บ. กสทช. เปิดเผยถึงกรณีการพิจารณาคุณสมบัติและสถานะของประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือประธาน กสทช.
พล.อ. สมเจตน์ ระบุว่า ตนมีส่วนร่วมกับการจัดทำกฎหมาย กสทช. มาตั้งแต่ต้น จึงเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นอย่างดี รวมถึงเคยมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสรรหา กสทช. ชุดแรกเมื่อปี 2554 ซึ่งในขณะนั้นเกิดความขัดแย้งภายในวุฒิสภาเกี่ยวกับการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสรรหา กสทช. ชุดแรก
พล.อ. สมเจตน์ กล่าวว่า กระบวนการในครั้งนั้นเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์มหาศาลของประเทศชาติ แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ กสทช. ชุดที่สอง ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปี 2562-2567 กลับพบว่าบุคคลที่ได้รับเลือกเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บางรายมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม และสร้างปัญหาต่อการทำงานขององค์กรอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
พลเอก สมเจตน์ กล่าวหาว่า การบริหารงานดังกล่าวมีลักษณะดื้อดึง ท้าทาย และทำลายเจตนารมณ์ของกฎหมาย ส่งผลให้แผนพัฒนาด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีต้องหยุดชะงัก รวมถึงมีการนำผลประโยชน์ของชาติไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน จึงสร้างความวิตกกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่เคยมีหน้าที่เกี่ยวข้องหมดวาระลงแล้ว ย่อมไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม พล.อ. สมเจตน์ ระบุว่า อดีตกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ชุดปี 2562-2567 ส่วนหนึ่ง ได้แสดงความกล้าหาญและสำนึกรับผิดชอบ ด้วยการนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเสนอต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. จนกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกนำไปประกอบการพิจารณาสถานะของประธาน กสทช. และมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญขององค์กร
“ผมขอชื่นชมและขอบคุณท่านประธาน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ซึ่งเป็นนายทหารเช่นเดียวกับผม รวมถึงอดีตกรรมาธิการเทคโนโลยีฯ ทุกท่าน โดยเฉพาะประพันธุ์ คูณมี ที่ดำเนินการอย่างกล้าหาญ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง แต่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง” พล.อ. สมเจตน์ กล่าว


