ก.อุตฯ จ่อออกมาตรฐานความปลอดภัย ‘แผงโซลาร์’ เร่งประกาศเป็นสินค้าควบคุมมาตรฐาน มอก.ใหม่ จ่อบังคับใช้ภายใน ก.ย.69 นี้ พร้อมคุมเข้มแบตเตอรี่รถยนต์ เร่งปั้นนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิลโซลาเซลล์
2 มิ.ย. 2569 วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ล่าสุด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มอีก 4 มาตรฐาน ได้แก่
1.เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง 2.ฟิวส์สำหรับระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ 3.สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ และ 4.แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2569 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสนับสนุนการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) พลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เตรียมจัดทำมาตรฐานใหม่เพิ่มอีก 2 มาตรฐาน ได้แก่ ตู้รวมสายไฟเซลล์แสงอาทิตย์ และขั้วต่อสายไฟ DC (MC 4 Connector) โดยจะเสนอ กมอ. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างมาตรฐาน ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ว่าจะมีความปลอดภัยในการใช้งาน
โดยการจัดทำมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น เป็นมาตรฐานเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ กมอ. มีมติเห็นชอบ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 แผงโซลาร์เซลล์ ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งขั้นตอนต่อไป สมอ. เตรียมออกประกาศมาตรฐานดังกล่าว เป็นสินค้าควบคุมคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ด้วยเช่นกัน
“ผมได้เร่งรัดให้ สมอ. ดำเนินการโดยเร็ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ทางการภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว แผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิต นำเข้า หรือวางจำหน่ายในประเทศไทยจะต้องผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 จาก สมอ. เพื่อการันตีว่าผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย หรืออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” วราวุธ กล่าว
วราวุธ กล่าวอีกว่า เพราะปัจจุบันปริมาณการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้า ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ
ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการโซล่าเซลล์หลอกลวงให้ติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ไม่ได้รับมาตรฐานนั้น หากพบสินค้าใด อย่าว่าการติดตั้งจะต้องมีช่างที่ได้รับ ใบอนุญาตที่ถูกต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ หากได้รับปัญหา สามารถแจ้งมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะสัญลักษณ์ของมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก.ที่จะเร่งออกใน 5 อุปกรณ์ที่เหลือ ขอให้ประชาชนตรวจสอบให้มั่นใจว่ามีตามมาตรฐาน มอก.หรือไม่
ผุดนิคมรีไซเคิลโซล่าเซลล์สกัดซากขยะอิเล็กทรอนิกส์
ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนการทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตจากแผงโซล่าเซลล์นั้น วราวุธ กล่าวว่า ในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า จะมีปริมาณแผงโซล่าเซลล์ที่ผ่านการใช้งานแล้วจำนวนมากที่จะหมดอายุลง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะเร่งประสานงานกับภาคเอกชน
“หลังจากนี้ธุรกิจรีไซเคิลแผงโซล่าเซลล์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในอนาคต รวมถึงธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่รถยนต์ แผงโซล่าเซลล์ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งจะให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิลโซล่าเซลล์”
ส่วนที่ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นปลายทางที่ถูกนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาทิ้งนั้น จนทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร
“เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะพลาสติก รวมถึงแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ซึ่งการนำเข้ามีความสำคัญไม่แพ้กัน กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมรีไซเคิล แบตเตอรี่และจะมีการเข้มงวดการนำเข้าแบตเตอรี่ โดยขอให้ สมอ.ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจจับเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์”
วราวุธ กล่าวอีกว่า กระทรวงได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ‘ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว’ มอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
โดยวางบทบาทให้ดีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย (Industrial Transformation Hub) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Smart & Green Industry) ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศักยภาพการแข่งขัน นวัตกรรม และความยั่งยืน ซึ่งได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศทำงานเชิงรุกมากขึ้น
ด้านดร.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SME Sentiment Index: SMESI) ประจำเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 46.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังคงลดลง สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ
ขณะที่ผลกระทบแยกตามภาคธุรกิจ ในภาคการผลิต ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบต่างประเทศที่สูงขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง พลาสติก โลหะ ไม้และเฟอร์นิเจอร์ ภาคการค้า เผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้ออ่อนแอ ประกอบกับต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น ภาคบริการ (ท่องเที่ยวและโรงแรม) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น
ภาพ : Shutterstock / CC7

