×

SME พันกว่ารายสาหัส น้ำไม่ท่วมแต่ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งต้องปิดชั่วคราว

01.10.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว

“น้ำท่วม 3 วัน อาจดูเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับ SME ที่ต้องหาเงินหมุนทุกวัน 3 วันนั้นอาจหมายถึง ‘รายได้เป็นศูนย์’ ขณะที่รายจ่ายยังไม่หยุดเดิน”

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

นี่คือเสียงสะท้อนเดียวกันของผู้ประกอบการ SME

 

น้ำท่วมเพียงไม่กี่วัน แต่อาจหมายถึง ‘ไม่มีรายได้’ สำหรับ SME รายเล็ก ขณะที่ค่าแรง ค่าเช่า และต้นทุนธุรกิจยังเดินต่อ

 

ครั้งนี้กระทบผู้ประกอบการวงกว้าง กระทรวงอุตสาหกรรมพบ SME ได้รับผลกระทบ 1,162 ราย ใน 40 จังหวัด

 

ขณะที่ภาคธุรกิจประเมินร้านค้ากว่า 5,000 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องปิดชั่วคราว ท่ามกลางต้นทุนฟื้นฟู ปัญหาขนส่ง และสภาพคล่องที่ตึงตัว

 

นายกสมาคมภัตตาคารไทย เสนอรัฐผ่อนผันภาษี ค่าน้ำ-ค่าไฟ

 

ฐนิวรรษ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยอย่างหนัก

 

โดยคาดว่ามีร้านค้าต้องปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 5,000 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่วัชรพล เทพลักษณ์ สุขาภิบาล 5 และสายไหม ซึ่งมีร้านค้าและตลาดจำนวนหลายพันรายต้องหยุดจำหน่ายสินค้า

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 1

ฐนิวรรษ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย

 

แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถกลับมาเปิดกิจการได้ทันที เนื่องจากต้องใช้เวลาในการทำความสะอาด ปรับปรุงร้านค้า และซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

 

นายกสมาคมภัตตาคารไทยกล่าวว่า โดยปกติร้านค้ารายย่อยมีรายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 5,000 บาท ขณะที่ร้านค้าขนาดใหญ่ในย่านถนนเพชรบุรีและพัฒนาการมียอดขายเฉลี่ยวันละ 50,000-100,000 บาท

 

ดังนั้น การต้องปิดกิจการต่อเนื่องประมาณ 3 วัน จึงทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว และยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการเพิ่มเติม

 

ส่งสินค้าล่าช้า ราคาวัตถุดิบพุ่ง ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง

 

นอกจากกลุ่มร้านค้าแล้ว กลุ่มไรเดอร์และผู้ให้บริการจัดส่งอาหารก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ

 

เนื่องจากหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ประกอบกับร้านอาหารและร้านค้าจำนวนมากต้องปิดให้บริการ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ต้องหยุดวิ่งเป็นเวลาประมาณ 3 วัน

 

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่พึ่งพาการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เนื่องจากไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าได้

 

หลังผู้ให้บริการขนส่งหยุดให้บริการในพื้นที่ประสบอุทกภัย ส่งผลให้ทั้งยอดขายและการส่งมอบสินค้าเกิดความล่าช้า

 

สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ราคาสินค้าและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากร้านค้าและตลาดเปิดให้บริการน้อยลง ขณะที่การเดินทางไปจัดหาวัตถุดิบทำได้ยากและมีต้นทุนเพิ่มขึ้น

 

ตัวอย่างเช่น ต้นหอมปรับราคาจากกำละ 5-10 บาท เป็น 25 บาท ส่วนไก่ย่างปรับราคาจากตัวละ 100-150 บาท เป็นประมาณ 200 บาท

 

ผู้ประกอบการเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่อง

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 2

ภาพ : ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

 

ฐนิวรรษ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการรายย่อยเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพารายได้และกระแสเงินสดในแต่ละวัน เมื่อขาดรายได้ติดต่อกันเพียง 1-3 วัน ก็อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการหมุนเวียนเงินทุนและการดำรงชีวิต เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องชำระ ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และค่าสาธารณูปโภค

 

นอกจากนี้ ระบบการจ่ายเงินของโครงการภาครัฐบางโครงการ เช่น โครงการคนละครึ่งหรือช่วยไทย ซึ่งกำหนดให้มีการโอนเงินเป็นรอบ อาจสร้างข้อจำกัดให้แก่ร้านค้า

 

โดยมีการโอนเงินบางส่วนในช่วงเที่ยงคืน และโอนส่วนที่เหลือในวันถัดไป ทำให้ร้านค้าบางแห่งไม่สามารถรับชำระเงินผ่านโครงการดังกล่าวได้

 

สาเหตุสำคัญคือ ร้านค้าจำเป็นต้องใช้เงินสดในการซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมจำหน่ายสินค้าในช่วงเย็นของวันเดียวกัน หากเงินจากโครงการยังโอนไม่ครบหรือไม่เข้าบัญชีตามเวลาที่จำเป็น จึงอาจกระทบต่อการจัดซื้อวัตถุดิบและการเปิดให้บริการของร้านค้า

 

ชี้มาตรการเยียวยายังไม่ครอบคลุม

 

สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยาของภาครัฐในปัจจุบัน นายกสมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ความเสียหายของบ้านเรือนเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ร้านแพโพธิ์แก้ว ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ได้รับเงินเยียวยาประมาณ 6,000 บาท

 

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหาร พบว่าหลายรายเห็นตรงกันว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมความเสียหายทางธุรกิจ

 

โดยเฉพาะความเสียหายจากการขาดรายได้ การต้องหยุดกิจการ และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูร้านค้า เนื่องจากภาครัฐยังไม่มีมาตรการชดเชยความเสียหายทางธุรกิจที่ชัดเจน

 

กรณีของร้านแพโพธิ์แก้ว อำเภอสามพราน ซึ่งเป็นสวนอาหารริมน้ำและต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ ขณะที่ร้านเชฟเฮ้าส์ (Chef House) ต้องปิดกิจการเป็นเวลา 2 วัน ส่งผลกระทบต่อพนักงานและลูกจ้างกว่า 30 คน

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่า การช่วยเหลือควรครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินและผลกระทบจากการหยุดดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถกลับมาเปิดกิจการ รักษาการจ้างงาน และฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 3

ภาพ : ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

 

น้ำท่วมนิคมอมตะซิตี้ฉุดร้านอาหารยอดขายวูบ หวั่นกระทบนานนับเดือน

 

สุภมาส คงวิวัฒนากุล เจ้าของร้านอาหารกล่องแสนสุข และประธานกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ จังหวัดชลบุรี ฉายภาพกับ THE STANDARD WEALTH ถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ว่า แม้พื้นที่ตั้งร้านอาหาร จะไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง

 

แต่ลูกค้าหลักของร้านเป็นพนักงานและโรงงานในนิคมฯ โดยเฉพาะพื้นที่เฟส 8 และเฟส 9 ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 4

สุภมาส คงวิวัฒนากุล เจ้าของร้านอาหารกล่องแสนสุข

 

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ลูกค้ายกเลิกการจองทั้งหมด และตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา ร้านไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเลย ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างมาก

 

ขณะเดียวกัน สุภมาสประเมินว่า ผลกระทบอาจยืดเยื้อเป็นเวลานานนับเดือน เนื่องจากโรงงานต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูความเสียหายก่อนจะกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ

 

ทั้งนี้ ธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารอาจได้รับผลกระทบยาวนานกว่าภาคโรงงาน เพราะต้องรอให้พนักงานกลับเข้าทำงานและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มฟื้นตัวก่อนจึงจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ

 

นอกจากผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรงแล้ว หากร้านอาหารจำเป็นต้องปิดกิจการหรือหยุดดำเนินงานเป็นเวลานาน ยังอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

 

อาทิ ร้านจำหน่ายน้ำแข็ง ร้านขายผัก ร้านจำหน่ายเนื้อหมู รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากร้านอาหารและร้านค้าในพื้นที่

 

ภาครัฐเข้าช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่ยังขาดมาตรการเยียวยา

 

สำหรับการดำเนินงานของภาครัฐในขณะนี้ สุภมาสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับอำเภอได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยติดเตียงอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

 

อย่างไรก็ตาม ในด้านเศรษฐกิจยังไม่มีนโยบายหรือมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้ประกอบการออกมารองรับอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ต้องพยายามประคับประคองธุรกิจและเอาตัวรอดกันเองในแต่ละวัน ท่ามกลางรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง

 

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเร็ว โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นภายใน 1–2 เดือน เพื่อวางแผนบริหารธุรกิจและประเมินทิศทางการฟื้นตัวได้

 

ซอฟต์โลนกระจุกรายใหญ่ SMEs ทำรายย่อยทยอยปิดกิจการ

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน เนื่องจากบทเรียนจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิดสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนจริงจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงมาตรการเงินกู้หรือการพักชำระดอกเบี้ยได้

 

ขณะที่สินเชื่อซอฟต์โลนส่วนใหญ่กลับตกไปอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่หรือผู้ที่มีฐานทุนเดิมอยู่แล้ว ส่งผลให้ SMEs รายย่อยจำนวนไม่น้อยทยอยปิดกิจการและหายออกจากระบบเศรษฐกิจ

 

อีกทั้ง สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์มักเลือกปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าเดิมของตนเองเป็นหลัก เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากหนี้เสีย หรือ NPL รวมถึงลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะถูกตรวจสอบหรือเพ่งเล็งภายหลัง ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีประวัติทางการเงินหรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

 

สุภมาส ยังเน้นย้ำว่า หลังจากภาครัฐออกนโยบายหรือมาตรการช่วยเหลือแล้ว จะต้องมีระบบติดตามและประเมินผลอย่างจริงจัง โดยควรลงพื้นที่ตรวจสอบว่าความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่เพียงประกาศมาตรการแล้วสิ้นสุดกระบวนการ

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 5

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ / THE STANDARD LIFE

 

‘ศรีฟ้าเบเกอรี่’ ขนส่งสินค้าไม่ได้ บางสาขาต้องปิดชั่วคราว

 

เช่นเดียวกับ วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด และเจ้าของแบรนด์ศรีฟ้าเบเกอรี่ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ถึงสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลกระทบหลักจากปัญหาการขนส่งสินค้าและการเติมสินค้าให้กับสาขาต่าง ๆ แม้โรงงานหลักในจังหวัดกาญจนบุรียังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมก็ตาม

 

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานหลัก พบว่าโรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่สูง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

 

ขณะที่บริเวณตัวเมืองมีน้ำหลากข้ามถนนในบางจุด แต่ระดับน้ำยังไม่สูงมาก โดยอยู่ที่ไม่ถึง 5 เซนติเมตร และยานพาหนะยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ

 

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออก และจังหวัดปราจีนบุรี พบว่ามีน้ำท่วมขังเป็นบางจุด ส่งผลให้ร้านศรีฟ้าเบเกอรี่บางสาขายังสามารถเปิดให้บริการได้ ขณะที่บางสาขาจำเป็นต้องปิดชั่วคราว เนื่องจากต้องเร่งเคลื่อนย้ายสินค้าและอุปกรณ์ขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้คือระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เนื่องจากบริษัทไม่สามารถขนส่งสินค้าออกจากศูนย์กระจายสินค้าได้ตามปกติ เพราะรถขนส่งไม่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมได้

 

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนที่บริษัทว่าจ้างยังปฏิเสธการนำรถออกมาวิ่งรับ-ส่งสินค้า เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยและสภาพเส้นทาง

 

ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งต่อการจัดส่งสินค้าให้กับสาขาของบริษัทเอง รวมถึงการส่งสินค้าให้ลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด เช่น โลตัส และแม็คโคร โดยเฉพาะศูนย์กระจายสินค้าในโซนวังน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้การขนส่งสินค้าเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวทำได้อย่างจำกัด

 

ในส่วนของการบริหารจัดการหน้าร้าน แต่ละสาขาต้องเร่งรับมือกับสถานการณ์ด้วยตนเอง ทั้งการทำแนวกั้นน้ำ ตามด้วยการเคลื่อนย้ายสินค้า และการป้องกันพื้นที่ไม่ให้น้ำเข้าภายในร้าน ขณะที่ผลกระทบต่อยอดขายนั้น มองว่าได้รับผลกระทบจริง แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมากนัก

 

ทั้งนี้ สาขาที่ยังมีสินค้าเพียงพอสำหรับจำหน่ายกลับมียอดขายสูงกว่าปกติ เนื่องจากประชาชนเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อกักตุนไว้ใช้ในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ส่วน สาขาที่ไม่สามารถเติมสินค้าได้ เมื่อสินค้าภายในร้านจำหน่ายหมด ก็จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว

 

แนะภาครัฐปรับระบบแจ้งเตือนภัย – เลิกดราม่าบนสื่อโซเซียล

 

สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ วิเชียรกล่าวว่า บริษัทไม่ได้ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือธุรกิจโดยตรง แต่ต้องการให้รัฐบาลมุ่งจัดสรรงบประมาณและความช่วยเหลือไปยังประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างหนัก

 

นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการแจ้งเตือนควรมีความรวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที

 

พร้อมย้ำว่า ภาครัฐไม่ควรมุ่งเน้นการสร้างประเด็นดราม่าบนสื่อสังคมออนไลน์ หรือดำเนินคดีและฟ้องร้องผู้ที่เคยออกมาทำนายสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างถูกต้อง แต่ควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา การสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก

 

น้ำไม่ท่วมร้าน แต่ยอดขายเป็นศูนย์

 

กษิดิศ แสงสิงแก้ว เจ้าของร้านขนมและเบเกอรี่ Chubbie Chuu สาขาบางนาและสายไหม ซึ่งพึ่งพายอดขายจากเดลิเวอรี่ถึง 95% เล่าว่า แม้ทั้งสองสาขาจะอยู่ในหมู่บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำจนตัวร้านไม่เสียหาย แต่ถนนโดยรอบที่ท่วมขังทำให้ไรเดอร์และลูกค้าเข้าไม่ถึง ยอดขายช่วงศุกร์ถึงอาทิตย์จึงเหลือ 0 บาท ก่อนที่สาขาบางนาจะฟื้นกลับมาราว 50% ในวันจันทร์ ขณะที่สาขาสายไหมยังไม่มีออเดอร์เข้า

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 6

 

ซ้ำร้าย ช่วงปลายเดือนเป็นจังหวะที่ผู้บริโภคเร่งใช้สิทธิ์โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ที่เหลืออยู่ รายได้ส่วนนี้จึงหายไปทันที ประกอบกับขนมเป็นสินค้ารองที่ความต้องการลดลงตามธรรมชาติในภาวะวิกฤต

 

เพื่อประคองธุรกิจ กษิดิศปรับให้ร้านเริ่มทำอาหารเมื่อไรเดอร์ใกล้ถึงร้าน 2–3 นาที เพื่อลดความเสี่ยงออเดอร์ถูกยกเลิก จำกัดเมนูตามวัตถุดิบที่เหลือเนื่องจากแม็คโครและท็อปส์ไม่มีของส่ง และหันมาขายให้เพื่อนบ้านในหมู่บ้านแทน

 

ปัจจุบันร้านยังไม่ได้รับการเยียวยา กษิดิศคาดหวังให้ภาครัฐมีมาตรการสำหรับร้านที่ขาดรายได้จากผลกระทบทางอ้อม พร้อมแผนฟื้นฟูที่ชัดเจนหลังน้ำลด ส่วนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ควรพิจารณาลดค่า GP ชั่วคราว หรือจัดโปรโมชันกระตุ้นออเดอร์

 

“น้ำไม่ได้ท่วมร้านเรา แต่ท่วมทุกเส้นทางที่ลูกค้าและไรเดอร์จะเข้ามาถึง อยากให้รัฐยกยอดสิทธิ์ไทยช่วยไทยที่เหลือของเดือนนี้ไปทบใช้เดือนหน้า เพื่อให้เงินกลับมาหมุนเวียน และร้านเล็กๆ ได้ชดเชยยอดขายที่หายไป” กษิดิศระบุ

 

‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ มองข้ามช็อต วางแผนรับมือน้ำระลอก 2

 

พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด หรือเจ้าของแบรนด์ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น สาขาในแฟชั่นไอแลนด์ได้รับความเสียหายทั้งในส่วนของเฟอร์นิเจอร์และระบบไฟฟ้า ส่งผลให้ต้องปิดให้บริการเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 7

พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด

 

แม้ทางห้างสรรพสินค้าจะแจ้งว่าจะกลับมาเปิดให้บริการในวันถัดไป แต่พื้นที่บริเวณชั้น B ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบความพร้อมของระบบต่างๆ

 

เพื่อบรรเทาผลกระทบและช่วยรักษายอดขาย ร้านจึงเตรียมขอพื้นที่จากทางห้างเพื่อย้ายการดำเนินงานจากชั้น B ไปรวมกับสาขาบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านชาอีกแห่งของบริษัท โดยอยู่ระหว่างการประสานงานและพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งหมด 27 แห่ง โดยสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่สาขาที่อยู่บริเวณรอบนอกเริ่มมีจำนวนผู้ใช้บริการลดลง

 

เนื่องจากประชาชนบางส่วนเลือกอยู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติ รวมถึงตรวจสอบความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนของตนเอง

 

เรียกได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการเดินทางและการจับจ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โดยตรง

 

พันธ์ทิพย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ร้านอยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และประเมินความเสียหาย และยังต้องรอติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา

 

เบื้องต้นคาดว่าการช่วยเหลือหลักจะมาจาก Landlord หรือผู้บริหารห้างสรรพสินค้า โดยจะต้องมีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ ความเสียหายของทรัพย์สิน ตลอดจนการสนับสนุนด้านการดำเนินงานในช่วงที่ร้านยังไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ

 

พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการยังคงติดตามสถานการณ์มวลน้ำเหนืออย่างใกล้ชิด หลังมีการแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมระลอกที่ 2 ในช่วงต้นเดือน จึงยังไม่สามารถวางใจได้ และจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

 

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมเตรียมมาตรการพักชำระหนี้ เติมทุนฉุกเฉิน และฟื้นฟูกิจการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลกระทบน้ำท่วมต่อ SME ยอดขายเป็นศูนย์ ร้านค้า 5,000 แห่งปิดชั่วคราว 8

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร / THE STANDARD

 

40 จังหวัดได้รับผลกระทบ โรงงาน-SME เจ็บสุด 1,179 ราย

 

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 วราวุธ  ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศเริ่มกระทบภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤติ (CMC) กระทรวงอุตสาหกรรม รายงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 พบพื้นที่ได้รับผลกระทบ 40 จังหวัด มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 1,315 ราย แบ่งเป็นโรงงาน 77 ราย เอสเอ็มอี 1,179 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 57 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 22.79 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ความเสียหายไม่ได้มีเฉพาะโรงงานหรือสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ยังลามไปถึงการผลิต การเดินทางของแรงงาน วัตถุดิบ การขนส่ง และซัพพลายเชนที่สะดุด โดยจังหวัดที่มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 312 ราย สมุทรปราการ 289 ราย และปราจีนบุรี 237 ราย

 

สำหรับนิคมอุตสาหกรรม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 แห่ง โดยนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบ 150 โรง หยุดการผลิต 34 โรง เบื้องต้นต้องการรถบรรทุกขนาดใหญ่และถุงยังชีพเพื่อสนับสนุนการรับมือสถานการณ์

 

ก.อุตฯ เตรียมพักหนี้-เติมทุน ฟื้น SME หลังน้ำลด

 

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมใช้มาตรการช่วยเหลือหลายด้านควบคู่กัน ทั้งโครงการ Rebuild SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เพื่อประเมินความเสียหายและฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับโรงงานในพื้นที่ประสบภัย

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมสนับสนุนสินเชื่อและการพักชำระหนี้ผ่าน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และกองทุนหมุนเวียนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

 

ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด จะประสานเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่มีศักยภาพ เพื่อช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรของ SME ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมเตรียมระดมถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories