สสว. ปั้น 246 SME สู่ Green Business รับกติกาโลกใหม่ CBAM คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 69 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาเชิงลึก 227 ราย ดันมาตรฐาน CFO-CFP, Green Hotel และ Green Production เปิดตลาดผ่าน B2B-Business Matching เชื่อม Green Finance และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ลดต้นทุน และขีดแข่งขัน SME ไทย
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญของ สสว. คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ MSME ไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับกฎระเบียบการค้าโลก
โดยการปรับตัวไปสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจเร่งด่วน เพราะการเข้าร่วมอบรมและได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจะช่วยให้ผู้ประกอบการถอดบทเรียนและปรับมุมมองใหม่ว่า การรักษ์โลกคือการลดต้นทุน (Green = Lean) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเปลี่ยนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ สสว. ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพในหลากหลายมิติ ครอบคลุมผู้ประกอบการในภาคการผลิต เกษตรแปรรูป ภาคการท่องเที่ยว และบริการ โดยจัดอบรมหลักสูตร Carbon Footprint & Net Zero Pathway และ Green Marketing ครบ 7 รุ่นทั่วประเทศ มีผู้ผ่านการอบรมรวม 246 ราย เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ 225 ราย
ขณะเดียวกัน สสว. ได้เสริมสร้างสมรรถนะเชิงลึกให้แก่ผู้ประกอบการรวม 227 ราย แบ่งเป็น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) จำนวน 164 ราย คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 44 ราย โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) จำนวน 11 ราย Green Hotel Plus จำนวน 6 ราย และสถานประกอบการผลิตสีเขียว (Green Production) จำนวน 2 ราย
นอกจากนี้ สสว. ยังดำเนินการประเมินศักยภาพ Green SME Index ผ่าน www.greensmeindexplus.com ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ การจัดการความยั่งยืน ห่วงโซ่คุณค่า ระบบบริหารจัดการ และนวัตกรรม รวม 227 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับผลประเมินในระดับดีเยี่ยมและระดับดี รวม 15 ราย
ในส่วนของการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานสากล สสว. สนับสนุนการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) รวม 48 ราย โดยผ่านการรับรองแล้ว 43 ราย ขณะเดียวกันสนับสนุนการขึ้นทะเบียนมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (G-Green) กับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ราย และผ่านการตรวจรับรองแล้วทั้ง 5 ราย
ดร.ปณิตา กล่าวว่าอีกว่า สสว. เชื่อมั่นว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือภาระต้นทุน แต่คือแต้มต่อทางการแข่งขันที่สำคัญในปัจจุบัน โดยการที่ สสว. เข้ามาช่วยสนับสนุนตั้งแต่การประเมิน Green SME Index การให้คำปรึกษาเชิงลึก ไปจนถึงการสนับสนุนทวนสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เช่น CFO, CFP, Green Hotel และ Green Production โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นอกจากการพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร สสว. ยังมุ่งเน้นการสร้างรายได้จริงให้แก่ผู้ประกอบการ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกบูธแสดงสินค้าในระดับประเทศและสากลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับคู่ค้าและกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการเข้าร่วมงาน Grand HALAL Bangkok 2026 Purity Way of Life โดยนำผู้ประกอบการภาคการผลิต สินค้าเกษตรแปรรูป และอาหารสีเขียว จำนวน 7 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ (B2B) กับคู่ค้าในตลาดฮาลาลสากล
ขณะที่งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 สสว. ได้นำผู้ประกอบการภาคบริการ โรงแรมรักษ์โลก และ Wellness สีเขียว จำนวน 15 ราย เข้าร่วมนำเสนอบริการแก่กลุ่มนักท่องเที่ยว Eco-Tourism
นอกจากนี้ สสว. ยังได้จัดกิจกรรม Business Matching เพื่อประสานเชื่อมโยงและส่งต่อผู้ประกอบการ SME ไปยังผู้ให้บริการธุรกิจสีเขียว (Green Service Providers) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับหน่วยตรวจรับรอง สถาบันการเงินเพื่อเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green Finance) และผู้ให้บริการเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
การดำเนินงานทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวที่เข้มแข็งของประเทศไทย และช่วยให้ผู้ประกอบการ MSME สามารถนำมาตรฐานและแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมไปต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
ด้านนิธิวดี สมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน สสว. กล่าวว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงทำให้ SME ตระหนักว่าต้องปรับตัว แต่ต้องสร้างกลไกสนับสนุนที่ทำให้ SME สามารถปรับตัวได้จริงโดยการสนับสนุนต้องเชื่อมโยงตั้งแต่องค์ความรู้ ข้อมูล การปรับปรุงธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ขณะที่ ปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ข้อมูลคาร์บอนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของคู่ค้า ทำให้ผู้ประกอบการ SME จำเป็นต้องพัฒนาความสามารถในการจัดทำและบริหารข้อมูลคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
หากภาคอุตสาหกรรมไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันให้ได้ SME จะต้องก้าวผ่านไปด้วยกัน การเตรียมความพร้อมของ SME ต้องเชื่อมโยงทั้งการจัดทำ CFP การลดคาร์บอน การลงทุน แหล่งเงินทุน และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ Green Supply Chain ได้จริง

