×

ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านบาท ‘ษิทรา-ภรรยา’ ชี้พยาน ปปง. น้ำหนักไม่พอ พิสูจน์ความผิดมูลฐานคดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย

โดย THE STANDARD TEAM
24.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการรายงานข่าว ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านบาท แก่ ษิทรา เบี้ยบังเกิด และภรรยา

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ศาลแพ่ง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 และ ฟ145/2568 ตามคำร้องของพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 ซึ่งยื่นขอให้ทรัพย์สินของ ษิทรา เบี้ยบังเกิด และ ปทิตตา เบี้ยบังเกิด รวม 26 รายการ มูลค่าประเมินรวม 74,198,527 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน

 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 25 รายการไว้ชั่วคราว ภายหลังปรากฏข้อกล่าวหาว่า ษิทรากับพวกมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง จตุพร อุบลเลิศ หรือ ‘เจ๊อ้อย’ ซึ่งถูกชักชวนให้ลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ และโอนเงินจากประเทศฝรั่งเศสจำนวน 2 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยกว่า 71 ล้านบาท

 

ประเด็นสำคัญ: พยานหลักฐานน้ำหนักไม่พอ

 

ศาลวินิจฉัยว่า แม้มาตรการริบทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นมาตรการทางแพ่งที่มุ่งบังคับกับทรัพย์สินโดยไม่จำเป็นต้องรอผลคดีอาญาถึงที่สุด แต่ผู้ร้องยังมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบให้ศาลรับฟังได้ว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานเกิดขึ้นจริง และทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนั้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องนำพยานเข้าสืบเพียงปากเดียว คือ พ.ต.ต.ธรินทร์ กังวลบุตร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ปปง. ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นเพียงผู้รวบรวมเอกสารจากพนักงานสอบสวน มิใช่ประจักษ์พยาน หรือผู้สืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง ทำให้คำเบิกความมีน้ำหนักจำกัด

 

นอกจากนี้ แม้มีการออกหมายจับและมีคำสั่งฟ้องในคดีอาญาแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดมา และกระบวนการในชั้นสอบสวนเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวของรัฐ โดยยังไม่ได้ผ่านกระบวนการไต่สวนพยานอย่างครบถ้วนในชั้นศาล

 

ศาลยังระบุว่า ผู้ร้องไม่ได้เรียกผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาล และไม่นำพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องมาให้การรับรองเอกสารในชั้นสอบสวน ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านนำพยานหลักฐานโต้แย้ง รวมถึงข้อความสนทนาในไลน์ สนับสนุนข้ออ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นการให้โดยเสน่หา มิใช่การลงทุนจากการหลอกลวง

 

ศาลสรุป: ยังไม่อาจรับฟังว่ามีความผิดมูลฐาน

 

ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

 

เมื่อไม่อาจรับฟังได้ว่ามีความผิดมูลฐาน ทรัพย์สินตามบัญชีจึงไม่ถือเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

ศาลจึงมีคำสั่ง ยกคำร้อง และให้คืนทรัพย์สินทั้ง 26 รายการ มูลค่ารวมกว่า 74 ล้านบาท พร้อมดอกผล แก่เจ้าของทรัพย์สิน

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising