×

กมธ. ของวุฒิสภามติเอกฉันท์ เห็นควรให้รัฐบาล ‘ยกเลิก MOU43’ หลังเคยเห็นควรให้ยกเลิก MOU44 เมื่อ ธ.ค. ปีที่แล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
24.03.2026
  • LOADING...
ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ของวุฒิสภา ได้มีการพิจารณาเพื่อลงมติว่า ที่ประชุมกรรมาธิการเห็นควรให้ยกเลิก MOU43 หรือไม่ หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กรรมาธิการฯ เคยมีมติเอกฉันท์เห็นควรให้ยกเลิก MOU44 ไปแล้ว

 

นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ

 

ระบุว่า หลังจากผ่านการประชุมกว่า 20 ครั้ง และการลงพื้นที่ศึกษาดูงานใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนรับฟังข้อมูลเชิงลึกจากฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพบว่ากัมพูชาได้ละเมิดพื้นที่ของไทยอย่างต่อเนื่องและเพิกเฉยต่อการทักท้วง

 

  • ยก 6 เหตุผล กมธ. มติเอกฉันท์ควรยกเลิก MOU43

 

คณะกรรมาธิการฯ ได้ยกเหตุผลสำคัญ 6 ประการในการเสนอให้ยกเลิก MOU 2543 ได้แก่

 

  • ข้อกำหนดใน MOU มีความบกพร่อง โดยเฉพาะการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชา ซึ่งขัดแย้งกับแผนที่ 1:50,000 ของไทย ทำให้เกิดปัญหาในการปักปันเขตแดน นอกจากนี้ กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่มีอำนาจจัดการปัญหาการรุกล้ำพื้นที่
  • MOU 2543 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีในอดีตมีมติเพียง “รับทราบ” ไม่ใช่ “เห็นชอบ” และไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ทั้งที่ข้อตกลงดังกล่าวมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย
  • รัฐธรรมนูญกัมพูชา ค.ศ. 1993 บังคับใช้แผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ดังนั้นแผนที่ที่เกิดจาก MOU 2543 จึงเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการรับรองจากกัมพูชา ทำให้การเจรจาสูญเปล่า
  • ความล่าช้าในการดำเนินการ แม้ผ่านมาเกือบ 26 ปี แต่การสำรวจคืบหน้าเพียงร้อยละ 60 ของขั้นตอนแรกเท่านั้น
  • สถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังเกิดการปะทะใหญ่ 2 ครั้งในปี 2568 ทำให้ไทยต้องหันไปยึดแถลงการณ์ร่วม GBC (27 ธันวาคม 2568) ที่ให้คงกำลังทหารไว้ ณ ที่ตั้งปัจจุบันแทน

 

และ 6. กัมพูชามีพฤติกรรมไม่รักษาสัญญา ยั่วยุ และสร้างข่าวปลอม ซึ่ง MOU 2543 ไม่รัดกุมพอที่จะรับมือได้

 

  • แนะกลับไปใช้กลไกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ระงับข้อพิพาท

 

สำหรับแนวทางการยกเลิกนั้น คณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ไทยสามารถยกเลิก MOU 2543 ได้เพียงฝ่ายเดียวตามอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา (VCLT) ข้อ 60 เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง ทั้งการสร้างอาคารสูงบริเวณชายแดน การวางทุ่นระเบิด และการใช้อาวุธสงครามทำร้ายประชาชนไทย โดยไทยจะต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน

 

ทั้งนี้ ภายหลังการยกเลิก ไทยและกัมพูชายังคงสามารถใช้กลไกสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 904 และ 1907 รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือชายแดนปี 2538 ในการระงับข้อพิพาทได้ตามปกติ

 

พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้เสนอแนะว่า หากจะมีการจัดทำข้อตกลงฉบับใหม่ในอนาคต จะต้องไม่มีการยอมรับแผนที่ 1:200,000 ว่าเป็นผลงานการปักปันเขตแดน ต้องเพิ่มอำนาจให้ JBC จัดการการรุกล้ำได้ ต้องยึดแนวขอบหน้าผาเป็นเส้นเขตแดนบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก และต้องกำหนดเงื่อนไขเวลาสิ้นสุดข้อตกลงอย่างชัดเจน เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ

 

นพดลระบุด้วยว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำมติของที่ประชุมกรรมาธิการฯ บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภาเพื่อให้ลงมติเห็นชอบต่อไป จากนั้นที่ประชุมวุฒิสภาจะส่งรายงานของกรรมาธิการฯ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอมติกรรมาธิการฯ เข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาได้ภายในเดือนเมษายนนี้

 

ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 1ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 2ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 3ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 4ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 5ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 6ภาพการประชุมคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ที่มีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลยกเลิก MOU43 7

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising