×

23 ปีแห่งการรอคอย! สกอตแลนด์คว้าตั๋วเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2020

13.11.2020
  • LOADING...
23 ปีแห่งการรอคอย! สกอตแลนด์คว้าตั๋วเข้ารอบสุดท้ายยูโร 2020

HIGHLIGHTS

2 mins read
  • สกอตแลนด์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2020 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะเซอร์เบียได้ในเกมเพลย์ออฟแบบสุดระทึก เพราะต้องวัดกันถึงฎีกา
  • การผ่านเข้ารอบของเหล่า ‘ตาร์ตัน อาร์มี’ ครั้งนี้ เป็นการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลรายการใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1998 หรือในรอบ 23 ปี

สำหรับชาติที่มีความเป็นมาทางเกมลูกหนังยาวนาน และเคยเต็มไปด้วยนักฟุตบอลชั้นยอดมากมายอย่างสกอตแลนด์ การห่างหายจากเวทีฟุตบอลระดับชาติเป็นเวลานานถึง 23 ปี เป็นเรื่องที่เจ็บปวดทางความรู้สึกไม่น้อย

 

ตั้งแต่ยุคมิลเลียนเนมเป็นต้นมา โลกลูกหนังไม่เคยได้เห็นเหล่า ‘ตาร์ตัน อาร์มี’ กองเชียร์ลูกหนังที่มีสีสันที่สุดชาติหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นเสียงปี่สกอต (Bagpipes) หรือเครื่องแต่งกายสุดคัลต์อย่าง ‘คิลต์’ (Kilt) ที่เห็นก็รู้แล้วว่ามาจากไฮแลนด์

 

ครั้งสุดท้ายที่เหล่าตาร์ตัน อาร์มีปรากฏตัว ต้องย้อนกลับไปไกลถึงในฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ในยุคที่นำมาโดยนักเตะอย่างโคลิน เฮนดรี, โคลิน คัลเดอร์วูด, พอล แลมเบิร์ต, เคร็ก เบอร์ลีย์, เควิน กัลลาเกอร์ และมีผู้จัดการทีมที่ชื่อเคร็ก บราวน์

 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา วงการฟุตบอลแดนวิสกี้ตกต่ำลงอย่างมาก ลีกฟุตบอลอย่างสกอตติชพรีเมียร์ลีก กลายเป็นลีกลูกไล่ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ความห่างชั้นเพิ่มมากขึ้นทุกปี สโมสรที่เคยเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ ยามต้องลงแข่งขันในเวทียุโรปอย่างกลาสโกว์ เรนเจอร์ส และกลาสโกว์ เซลติก ก็กลายเป็นเพียงไม้ประดับ และบ่อยครั้งที่พวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้

 

จากประเทศที่เคยผลิตยอดนักเตะอย่างเคนนี ดัลกลิช, แกรี แม็คอัลลิสเตอร์, อัลลี แม็คคอยสต์, เดนิส ลอว์, บิลลี เบรมเนอร์, อลัน แฮนเซน, แกรม ซูเนสส์, กอร์ดอน สตรัคคัน สกอตแลนด์ประสบปัญหาในการเฟ้นหานักเตะที่เก่งกาจเหมือนวันวาน

 

เป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่ลูกหลานเบรฟ ฮาร์ต กลายเป็นนักเตะเกรดสองในสายตาชาวลูกหนัง

 

10 รายการฟุตบอลระดับชาติที่สกอตแลนด์พลาดก่อนหน้านี้

ภาพ: EURO2020 /Twitter

 

สรุป 24 ชาติที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2020

  • กลุ่ม A: ตุรกี, อิตาลี, เวลส์, สวิตเซอร์แลนด์
  • กลุ่ม B: เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, เบลเยียม, รัสเซีย
  • กลุ่ม C: เนเธอร์แลนด์, ยูเครน, ออสเตรีย, มาซิโดเนียเหนือ
  • กลุ่ม D: อังกฤษ, โครเอเชีย, สกอตแลนด์, เช็ก
  • กลุ่ม E: สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, สโลวะเกีย
  • กลุ่ม F: ฮังการี, โปรตุเกส, ฝรั่งเศส, เยอรมนี

 

 

อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดได้ผ่านไปแล้ว และถูกทดแทนด้วยความภูมิใจถึงขีดสุดในหัวใจของชาวสกอตแลนด์ทุกคน เมื่อทีมชาติของพวกเขาคว้าสิทธิ์ในการไปเล่นฟุตบอลยูโร 2020 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ หลังเอาชนะทีมแกร่งอย่างเซอร์เบียได้ในเกมเพลย์ออฟ

 

โดยสกอตแลนด์ ภายใต้การนำของ สตีฟ คลาร์ก อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมเชลซี จบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นที่ 3 ของกลุ่ม ลงสนาม 10 นัด ชนะ 5 นัด แต่ก็แพ้ถึง 5 นัด ทำให้เป็นรองเบลเยียมและรัสเซีย ที่จบเป็นอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่ม ได้สิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

 

ความหวังของทีมวิสกี้คือ การเข้ารอบสุดท้ายให้ได้ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งทางยูฟ่าเรียกว่า Path หรือเส้นทาง ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 Path โดยสกอตแลนด์อยู่ใน Path C ร่วมกับอิสราเอล, นอร์เวย์ และเซอร์เบีย

 

ในแต่ละ Path จะมีการประกบคู่กันเล่นแบบแพ้คัดออก ซึ่งสกอตแลนด์ชนะอิสราเอลมาในรอบรองชนะเลิศ ในช่วงของการดวลจุดโทษ หลังจากที่เสมอกัน 0-0 ในเวลา 120 นาที

 

นั่นทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้ามาพบกับเซอร์เบียในรอบชิงชนะเลิศ หรือเกมวัดใจที่ไปแข่งกันที่กรุงเบลเกรดด้วย

 

การเจอกับอดีตมหาอำนาจจากลูกหนังยุโรปตะวันออกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้ปัจจุบันเซอร์เบียจะไม่ได้เต็มไปด้วยนักเตะระดับเทพเหมือนในอดีต แต่พวกเขาก็มีของดีอยู่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โยวิช กองหน้าดาวยิงเรอัล มาดริด, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช หัวหอกสายรถถัง, เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช กองกลางระดับท็อปที่หลายสโมสรเคยให้ความสนใจ 

 

แต่สกอตแลนด์ในยุคปัจจุบันก็มีสายเลือดใหม่ที่พอจะเป็นความหวังของทีมได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางครบเครื่องจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, จอห์น แม็คกินน์ ตัวทีเด็ดจากแอสตัน วิลลา, สจวร​์ต อาร์มสตรอง มิดฟิลด์ที่กำลังร้อนแรงกับเซาแธมป์ตัน, โอลี แม็คเบอร์นี หัวหอกตัวแกร่งของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกัปตันทีม แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งจากลิเวอร์พูล

 

ในเกมที่เบลเกรดจึงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยสกอตแลนด์ได้ประตูนำไปก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจาก ไรอัน คริสตี ซึ่งเกือบจะเป็นประตูโทนในเกมนี้ที่พาทีมเข้ารอบสุดท้ายได้แล้ว แต่ว่าก่อนหมดเวลาไม่นาน โยวิชก็ตีเสมอให้เซอร์เบียได้สำเร็จ ทำให้เกมต้องสู้กันต่อในช่วงของการต่อเวลาพิเศษอีกครั้ง

 

ด้วยความอ่อนล้า สกอตแลนด์แทบยืนระยะไม่ไหว แต่ด้วยหัวใจนักสู้ จึงสามารถต้านทานไปจนถึงช่วงของการดวลจุดโทษ

 

และในการดวลจุดโทษนี้เองที่พวกเขาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ 5-4 โดย เดวิด มาร์แชลล์ ผู้รักษาประตู สามารถเซฟลูกจุดโทษของ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิชได้ และทำให้สกอตแลนด์ได้สิทธิ์ในการไปเล่นรอบสุดท้ายของฟุตบอลยูโร 2020 ที่จะจัดขึ้นในปี 2021

 

สรุป 24 ชาติที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 2020

 

นับว่าเป็นชัยชนะที่เปี่ยมความหมายอย่างยิ่งสำหรับนักเตะตาร์ตัน ที่ทำให้คน 5 ล้านคนที่บ้านเกิดเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจได้อีกครั้ง

 

“ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรในตอนนี้ แต่ผมหวังว่าคนอีก 5 ล้านคนจะนั่งยิ้มอยู่ในบ้านเกิดตอนนี้ ทุกคนพยายามทุ่มเทจนถึงที่สุดแล้วในคืนนี้ ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะน่าภาคภูมิใจไปมากกว่านี้อีกแล้วสำหรับผม และ…เรากำลังจะไปยูโร” กัปตันทีมโรเบิร์ตสัน โพสต์ข้อความหลังจบเกม

 

ขณะที่คริสตี ผู้ทำประตูในช่วงเวลาปกติบอกว่า “ชัยชนะครั้งนี้เพื่อชาวสกอตแลนด์ทั้งชาติ”

 

“ผมหวังว่าทุกคนที่บ้านจะจัดปาร์ตี้กันในคืนนี้ เพราะเราสมควรจะได้รับสิ่งนี้ กับสิ่งต่างๆ ที่เราเผชิญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเรารู้ดี คุณก็รู้ ทุกคนรู้ ตอนนี้สิ่งที่เหนี่ยวรั้งเรามันได้หายไปแล้ว และเราจะได้เดินหน้ากันต่อไปจากจุดนี้”

 

นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาจะจดจำไปตลอดชีวิต และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของลูกหนังสกอตแลนด์ได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories