×

บลจ.ไทยพาณิชย์คาด หุ้นกลุ่ม Solution Provider ได้อานิสงส์รับเทรนด์แก้ปัญหาโลกร้อน มีโอกาสโตสูง

12.06.2024
SCBAM

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิด IPO กองทุน Global Climate Change ชูนโยบายเน้นลงทุนหุ้น Solution Provider มองได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหาโลกร้อน

 

ภูดินันท์ สัจยากร Director ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และร่วมมือกันในการแก้ปัญหาร่วมกันทั่วทั้งโลก

 

ขณะที่ภาคของการดำเนินธุรกิจต้องปรับตัวในการให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาโรคร้อน ซึ่งหากบริษัทใดยังไม่ปรับตัวก็จะมีบทลงโทษตามมาด้วย เช่น กรณีที่ในอนาคตประเทศไทยเตรียมเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) หากไม่มีการปรับตัวก็จะถูกผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวด้วย

 

นอกจากนี้หากมีการทำผิดพลาดตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอาจถูกปรับเงินจากภาครัฐ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษจากนักลงทุนทั่วโลกที่จะไม่ใส่เม็ดเงินลงทุนเข้ามาในหุ้น รวมถึงอาจมีการเทขายหุ้นของบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนออกมาอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่เกิดขึ้นดังกล่าวด้วยในปีนี้ โดย บลจ.ไทยพาณิชย์ ออกเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Climate Change (SCBCLIMATE) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องและได้ประโยชน์จากการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยกองทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการ IPO ในช่วงวันที่ 11-17 มิถุนายน 2567

 

ในด้านของมุมมองการลงทุน มีบริษัทประเมินว่ามี 11 ธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ในด้านที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Solution Provider จะสามารถสร้างรายได้ต่อในปี 2030 อยู่ที่ประมาณ 12 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นระดับรายได้ที่สูงมาก

 

สำหรับจุดเด่นของกองทุน SCBCLIMATE มีธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน โดยจากความตกลงปารีส ที่ทำร่วมกันประมาณ 195 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประมาณ 98% ของก๊าซเรือนกระจกของโลก ซึ่งให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงเป็นโอกาสการเติบโตของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

 

ขณะที่ข้อแตกต่างของกองทุนนี้เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุน Climate Change ที่คล้ายกันคือ รูปแบบความแตกต่างในการคัดเลือกหุ้น เพราะ SCBCLIMATE เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีลักษณะ Core และ Value โดยมีข้อดีคือ ราคาหุ้นจะค่อนข้างมีความผันผวนที่น้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นในกลุ่มที่เป็นหุ้นกลุ่มเติบโตเช่นกลุ่ม Climate Tech หรือ Clean Tech ที่เป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มการเติบโต

 

สำหรับนโยบายลงทุนหลักของกองทุน SCBCLIMATE สัดส่วนประมาณ 50-60% ของกองทุนจะเน้นลงทุนกลุ่ม Solution Provider ที่มีธุรกิจอยู่แล้ว สามารถสร้างรายได้เข้ามาได้ทันที เช่น หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการประหยัดพลังงาน, กลุ่มพลังงานหมุนเวียน, กลุ่ม Sustainable Transportation เช่น รถยนต์ EV, การกำจัดขยะซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ช่วยให้ปัญหาโลกร้อนปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งบางส่วนของกองทุนที่กำลังหาโอกาสการเติบโต

 

นอกจากนี้ กองทุน SCBCLIMATE ยังมีนโยบายกระจายความเสี่ยง การลงทุนจะหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งในกลุ่มหุ้นอุตสาหกรรม, ไอที, แมตทีเรียล เป็นกลุ่มธุรกิจที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก เช่น กลุ่มโรงงานหรือกลุ่มอาคารสีเขียว

 

อีกทั้งมีจุดแตกต่างของกองทุนในแง่ของการลงทุนในหลายประเทศ จะมีการคัดเลือกแบบ Bottom Up จากปัจจัยพื้นฐานมาประกอบการจัดพอร์ตการลงทุน โดยจะให้น้ำหนักการลงทุนในสหรัฐฯ เพียง 30% เนื่องจากมุมมองของผู้จัดการกองทุนมองว่า หุ้นกลุ่มดังกล่าวในสหรัฐฯ มีราคาที่ค่อนข้างแพงแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นในตลาดอื่นๆ โดยกองทุน SCBCLIMATE จะมีการลงทุนในหุ้นจำนวนระหว่าง 35-40 ตัว ซึ่งมีการกระจายที่หลากหลายเซ็กเตอร์และหลายประเทศ

 

สำหรับผลการดำเนินการของกองทุนในช่วงที่ผ่านมา หรือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้ระดับที่ใกล้เคียงกับหุ้นโลก แม้ว่ากองทุน SCBCLIMATE ไม่ได้มีการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Big Tech โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนนี้สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10%

 

ทั้งนี้ มีคำแนะนำสำหรับผู้ลงทุนในกองทุน SCBCLIMATE โดยสามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นโลกได้ ด้วยนโยบายของกองทุนที่มีการลงทุนที่กระจายในหุ้นทั่วโลก และสามารถลงทุนในระยะยาวได้


READ MORE





Latest Stories