เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามการผลักดัน ‘หนังใหญ่’ สู่การขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโก ในบัญชีแนวปฏิบัติที่ดีในการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือ Register of Good Safeguarding Practices ซึ่งจะเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอขึ้นทะเบียนในประเภทดังกล่าว
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน บรรยายประวัติความเป็นมาของวัดและการอนุรักษ์หนังใหญ่ โดยมี ฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้นำชุมชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้าร่วม
ซาบีดารับชมการสาธิตการตอกตัวหนังใหญ่โดย จฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ก่อนชมการแสดงหนังใหญ่ชุด ‘ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ’ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานศิลปะไทยหลายแขนง ทั้งงานช่าง จิตรกรรม นาฏศิลป์ และดนตรีปี่พาทย์
สำหรับวัดขนอน เดิมเคยเป็นด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือ ‘ด่านขนอน’ ในสมัยอยุธยา ก่อนมีการสร้างตัวหนังใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาส ปัจจุบันยังเก็บรักษาตัวหนังใหญ่ที่มีสภาพสมบูรณ์ไว้มากกว่า 300 ตัว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า หนังใหญ่เป็นศิลปะการแสดงที่มีประวัติยาวนาน และได้รับการยกย่องว่าเป็นมหรสพชั้นสูง ซึ่งสะท้อนความสามารถของบรรพบุรุษไทยผ่านการออกแบบตัวหนัง การแกะสลัก การเชิดประกอบท่วงท่าทางนาฏศิลป์ และการบรรเลงดนตรีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว
ปัจจุบันชุมชนที่ยังสืบทอดการแสดงหนังใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ คณะหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง
ที่ผ่านมา การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอนได้รับการยกย่องจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก หรือ ACCU ให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อปี 2550 ขณะที่ ‘หนังใหญ่’ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2552
กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดหนังใหญ่วัดขนอนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2568 จัดสรร 1.5 ล้านบาท สำหรับเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ ซึ่งมีการแสดงหนังเงาจากอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว ควบคู่กับนิทรรศการองค์ความรู้ กิจกรรมลานวัฒนธรรม และตลาดชุมชน
ส่วนปีงบประมาณ 2569 จัดสรรอีก 1.5 ล้านบาท สำหรับโครงการผลักดันหนังใหญ่สู่การขึ้นทะเบียนของยูเนสโก ครอบคลุมการอบรมถ่ายทอดภูมิปัญญา การจัดเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 13-14 เมษายนที่ผ่านมา และการจัดทำสารคดีภาษาไทยและภาษาอังกฤษเรื่อง ‘เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต’ หรือ Shadows of Faith: The Eternal Art of Nang Yai
ซาบีดาระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวให้ความสำคัญกับชุมชนในฐานะกลไกหลักในการสงวนรักษา ฟื้นฟู และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ รวมถึงจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หนังใหญ่ยังคงเป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เสนอรายการ ‘การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย’ หรือ The Community-based Revitalization of Nang Yai Tradition in Thailand ต่อยูเนสโกในบัญชี Register of Good Safeguarding Practices หลังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของยูเนสโก
“ขอความร่วมมือจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำชุมชน และชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน ร่วมกันขับเคลื่อนหนังใหญ่ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ความรู้ การสร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ และการถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน เพื่อให้หนังใหญ่สืบทอดอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” ซาบีดากล่าว













