×

กางแผน RS ปี 64 เฮียฮ้อสั่งลุยธุรกิจใหม่ ‘ฟังก์ชันนัลดริงก์’ พร้อมตั้งเป้า All Time High ทั้งรายได้ 5.7 พันล้าน และกำไร

27.01.2021
  • LOADING...
กางแผน RS ปี 64 เฮียฮ้อสั่งลุยธุรกิจใหม่ ‘ฟังก์ชันนัลดริงก์’ พร้อมตั้งเป้า All Time High ทั้งรายได้ 5.7 พันล้าน และกำไร

“ปี 2564 จะเป็นปีแห่งโอกาส ความท้าทาย และการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเราตั้งเป้าที่จะทำ All Time High ทั้งรายได้และกำไร ซึ่งมาจากการเตรียมความพร้อมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา” เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS กล่าวบนเวทีแถลงแผนธุรกิจประจำปี 2564 ของ RS 

 

เฮียฮ้อบอกว่า แม้ในปีที่ผ่านมาจะเป็นปีที่มีแต่ความท้าทาย แต่ RS ก็สามารถฝ่ามาจากกลยุทย์ 4 ข้อ ได้แก่ 1. การเตรียมความพร้อมในเรื่องของโมเดลธุรกิจ 2. การปรับโครงสร้างการบริการและทีมงาน ซึ่งปีที่ผ่านมาค่อนข้างทำได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลงตัว 3. เอ็นเตอร์เทนเมิร์ซ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผล และจะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กรต่อไปอีกหลายปี และเรื่องสุดท้าย ไอทีและดิจิทัล ซึ่งช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อยกระดับ

 

“ในปีนี้กลยุทธ์หลักเรามี 4 เรื่องสำคัญ คือ การต่อยอดจากจุดแข็งของเรานั่นคือ RS Mall, การเข้าสู่ตลาดใหม่ที่เรายังไม่เคยไป, การเติบโตจากการบริหารสินทรัพย์หรือคอนเทนต์ สุดท้ายการทำ M&A (Mergers and Acquisitions) ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นยุทธศาสตร์ ที่เป็นการเติบโตแนวราบตามที่ได้ประกาศมาเมื่อ 2 ปีก่อน”

 

กลยุทธ์แรกคือ RS Mall ได้ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้า 30% จาก 1.1 ล้านราย เป็น 2 ล้านราย พร้อมเพิ่มจำนวนการซื้อซ้ำจาก 2 เป็น 2.4 ครั้ง และเพิ่มทราฟฟิกในช่องทางออนไลน์อีก 150% 

 

กลยุทธ์ที่ 2 การเข้าสู่ตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยไปผ่านการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ ‘บริษัทไลฟ์สตาร์’ ซึ่งจะเป็นผู้พัฒนาและผลิตสินค้า โดย RS ได้ตั้งสัดส่วนรายได้ 40% จากฟังก์ชันนัลดริงก์, อีก 40% จากสินค้าสุขภาพที่เน้นธุรกิจใหม่ๆ และอีก 20% มาจากธุรกิจอาหารสัตว์

 

ความน่าสนใจตลาดใหม่ในครั้งนี้อยู่ที่การเข้าสู่ตลาด ‘ฟังก์ชันนัลดริงก์’ เป็นครั้งแรกของ RS โดยเฮียฮ้ออธิบายว่า ตลาดนี้เป็นตลาดที่น่าสนใจและเติบโตขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 15% โดย 9 เดือนปี 2563 มีมูลค่าอยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท ในขณะที่ปี 2562 มีมูลค่า 8 พันล้านบาทเท่านั้น 

 

การเข้าสู่น่านน้ำใหม่ของ RS จะสร้างความแตกต่างด้วยส่วนผสมของสินค้า ตลอดจนราคา พรีเซ็นเตอร์ และสีของผลิตภัณฑ์ โดยจะเน้นเจาะเป็นสินค้าพร้อมดื่มสำหรับเจาะกลุ่มวัยทำงาน รวมไปถึงกลุ่มที่ต้องการเพิ่มภูมิคุ้มกันในช่วงที่มีการระบาดของโรคต่างๆ ซึ่ง RS วางแผนที่จะออกสินค้าครั้งแรกในเดือนเมษายน ตามด้วยมิถุนายน และกันยายน

 

ด้านสินค้าเพื่อสุขภาพนั้นจะสร้างสินค้าพรีเมียมในราคาประหยัด โดยจะเปิดตัวสินค้าในเดือนมีนาคมและมิถุนายน และสุดท้ายกลุ่มอาหารสัตว์จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า RS วางแผนออกสินค้าใหม่ทุกเดือนโดยที่ไม่ซ้ำกันเลย

 

กลยุทธ์ที่ 3 การสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่มีในมือ โดยคอนเทนต์ละครตั้งเป้ารายได้กว่า 200 ล้านบาท ในขณะที่ฝั่งวิทยุรายได้ก็จะมาจาก COOLISM ที่ตั้งเป้ามีคนฟังทั้งออนแอร์และออนไลน์กว่า 3.7 ล้านคน ด้านธุรกิจเพลงจะมาจาก 3 ค่ายหลัก คือ กามิกาเซ่, โรสซาวด์ และอาร์สยาม โดยปีนี้ได้วางแผนที่จะออก 90 ซิงเกิลด้วยกัน

 

ขณะที่อีเวนต์ ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องเริ่มจัดตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ประเดิมด้วยคอนเสิร์ตกามิกาเซ่ และยังมีคอนเสิร์ตของ D2B ในไตรมาส 4 ที่น่าจะจับคือจะมีคอนเสิร์ตที่เจาะกลุ่มผู้สูงวัยและทดลองทำเทศกาลดนตรี

 

“สิ่งที่เราวางแผนกับคอนเสิร์ตคือ การต่อยอดกับกระแสโตมากับ RS ซึ่งวันนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุด ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว” 

 

สำหรับกลยุทธ์สุดท้ายคือ การทำ Mergers and Acquisitions หรือ M&A ซึ่งได้เกิดขึ้นดีลแรกแล้วกับการเข้าลงทุนใน บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย ด้วยการเข้าถือหุ้น 35% มูลค่าการลงทุน 920 ล้านบาท โดยนี่ถือเป็นการรุกเข้าสู่ธุรกิจ ‘บริหารสินทรัพย์-สินเชื่อรายย่อย’ ของ RS

 

“การเงินเป็นหนึ่งในไม่กี่อุตสาหกรรมที่ไม่ถูกดิสรัปต์อย่างแน่นอน ขณะที่การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยทำให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ” เฮียฮ้อ สุรชัย กล่าว 

 

วิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า RS ให้ความสนใจกับธุรกิจการเงินที่ยังมีการเติบโต ทั้งในแง่ของปริมาณสินเชื่อหรือหนี้เสีย ซึ่งเชฎฐ์ เอเชีย มีพอร์ตรวมอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้าน ปี 2562 มีรายได้ 700 ล้านบาท และกำไรอีก 200 ล้านบาท

 

การเข้าลงทุนจะเป็นการต่อยอดให้กับ RS โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่จะต่อยอดจากฐานลูกค้าที่มี ซึ่งในอนาคต RS วางแผนที่จะขายสินค้าประเภทใหม่ที่มีราคาสูงขึ้น โดยมีการเปิดให้ผ่อนสินค้าผ่านการใช้ประโยชน์จากเชฎฐ์ เอเชีย ซึ่ง RS วางแผนที่จะเข็นเชฎฐ์ เอเชีย ให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และยังวางเป้าหมายที่ต้องการเติบโตปีละ 25-30%

 

สำหรับดีล M&A ของ RS คาดว่าในปีนี้อาจจะมีอีกสัก 1-2 ดีล การลงทุนอยู่ประมาณ 300-600 ล้านบาท โดยการทำดีลจะต้องเป็นธุรกิจที่เข้ามาต่อยอดธุรกิจของ RS ได้ ทั้งหมด คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนราว 600-800 ล้านบาท โดยไม่รวมกับงบลงทุนปกติที่วางไว้อีก 100 ล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2564 RS วางเป้ารายได้ 5,700 ล้านบาท โดย 4,000 ล้านบาทจากธุรกิจคอมเมิร์ซ แบ่งป็น RS Mall 3,000 ล้านบาท และสินค้าใหม่กับช่องทางใหม่ๆ อีก 1,000 ล้านบาท และอีก 1,700 ล้านบาทที่เหลือจะมาจากธุรกิจมีเดีย ได้แก่ 1,000 ล้านจากช่อง 8, 200 ล้านบาทจากวิทยุ, 300 ล้านบาทจากเพลง และ 200 ล้านบาทจากคอนเสิร์ตและอีเวนต์ โดยตั้งเป้ากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 50-52% และกำไรสุทธิไว้ที่ 12-14% ด้วยกัน 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories