วันนี้ (3 ตุลาคม) รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงต้นตอของการปะทะคารมกลางสภาผู้แทนราษฎรกับ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากการตรวจสอบประเด็นการเสนอสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้
รังสิมันต์ตั้งคำถามถึงความมีตัวตนของบุคคลที่เสนอสินบน โดยระบุว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สำนวนคดีถูกส่งให้ ป.ป.ช. แต่กลับไม่มีความคืบหน้า และไม่มีหน่วยงานใดเรียก นายคิว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ติดสินบนในชั้นสุดท้ายไปสอบสวน ขณะที่นายคิว (ลูกชายเสี่ยตือ คอสโม) ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว จึงนำมาสู่คำถามว่า หากนายคิวไม่มีความเกี่ยวข้องจริง การที่ รมว.ดีอี ออกมาเปิดเผยข้อมูลนั้น เข้าข่ายการกล่าวเท็จหรือไม่
พร้อมกันนี้ รังสิมันต์ได้ชี้เป้าให้ตรวจสอบ ฉัตรมงคล ผู้ช่วย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเชื่อว่าเป็นข้อต่อสำคัญเพียงคนเดียวที่สามารถยืนยันเหตุการณ์และให้ความจริงเกี่ยวกับการติดสินบนครั้งนี้ได้ ว่าสรุปแล้วเป็นเพียงผู้แจ้งให้ทราบ หรือเป็นนายหน้าพยายามติดสินบนรัฐมนตรี
รังสิมันต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของ รมว.ดีอี ที่ดูอ่อนลงในการปราบปรามเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ที่ใช้ชื่อย่อว่า เครือข่ายเสี่ยตือ โดยระบุว่า หากมีการปรับเปลี่ยนคำพูดจากการติดสินบน เป็นการมาเตือนล่วงหน้า ย่อมทำให้สังคมเคลือบแคลงว่า การที่กระทรวงดีอีพยายามเคลมผลงานปิดเว็บพนันนับล้านเว็บนั้น แท้จริงแล้วมีการบอกให้คนร้ายเตรียมตัวล่วงหน้าหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงอดีต รมว.ดีอี (ประเสริฐ จันทรรวงทอง) ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบนตามที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นประเพณีปฏิบัติหรือไม่
สำหรับประเด็นที่บานปลายจนนำไปสู่การถูก สุชาดา (สส.ไอเดียร์) แจ้งความฐานหมิ่นประมาทนั้น รังสิมันต์ยืนยันว่า คณะกรรมาธิการกฎหมายฯ จะเชิญ สุชาดา และสามี เข้ามาชี้แจงตามกระบวนการ เนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้และบริษัทของสามี ที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์หรือการฟอกเงิน
ทั้งนี้ รังสิมันต์ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญว่า สุชาดา เคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับเหตุการณ์สินบน 40 ล้านบาท จึงเป็นมิติที่ต้องนำมาพิจารณาว่าในฐานะภรรยาได้รับรู้ความผิดปกติเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งหากพบเหตุอันควรสงสัย สำนักงาน ปปง. จะต้องเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและอายัดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน
เมื่อถูกถามถึงการนำประเด็นดังกล่าวไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล รังสิมันต์ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้ขีดเส้นใต้หรือเร่งรีบนำเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาใช้ทันที เนื่องจากรัฐบาลมีปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน โดยจะขอเวลาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและรายละเอียดไปเรื่อยๆ หากเรื่องใดมีหลักฐานเด็ดและมีความพร้อม ก็พร้อมที่จะนำมาใช้ในศึกซักฟอกต่อไป โดยจะมีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้งในสัปดาห์หน้า


