×
397780

ประยุทธ์ชี้ การชุมนุมเสี่ยงโควิด-19 และทำเศรษฐกิจพัง ขอชนะวิกฤตโลกร่วมกันก่อนค่อยกลับมาเรื่องการเมือง

โดย THE STANDARD TEAM
17.09.2020
  • LOADING...

วันนี้ (17 กันยายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เรื่อง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในโลก โดยระบุว่า

 

วันนี้ผมขอพูดกับทุกท่านเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในโลก ซึ่งไม่ค่อยจะดีนัก และอาจจะส่งผลต่อประเทศไทยเราด้วยในช่วงเวลาข้างหน้านี้

 

ตอนนี้กำลังเกิดการระบาดของโควิด-19 ครั้งใหญ่ระลอกใหม่ทั้งในยุโรปและที่อื่นๆ หลายที่ ตัวอย่างเช่น

 

ที่ประเทศสเปนมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 30,000 คน และปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันละมากกว่า 12,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนการเพิ่มต่อวันที่มากกว่าเมื่อตอนสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา 

 

ในขณะที่ประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 10,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนการเพิ่มต่อวันที่มากกว่าในช่วงที่สถานการณ์แย่ที่สุดเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 30,000 คน

 

ส่วนที่ประเทศอังกฤษมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในหนึ่งสัปดาห์ และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 42,000 คน 

 

และที่อื่นๆ ในโลกก็ด้วย อย่างที่ประเทศอินเดีย ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในแค่วันเดียวกว่า 90,000 คน หรือที่สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 30,000 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 200,000 คน

 

โลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งใหญ่ระลอกสองอย่างชัดเจน 

 

เมื่อช่วงเริ่มต้นที่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ในโลก ประเทศไทยเริ่มรับมือและพยายามระงับการแพร่ระบาดในประเทศอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว นั่นคือเหตุผลที่วันนี้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ถึง 10 คนต่อวัน เมื่อเราเทียบกับประเทศอื่น หลายประเทศที่ลังเลการปิดประเทศและไม่ได้ดำเนินมาตรการตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ทำให้วันนี้ประเทศเหล่านั้นมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันมากกว่าประเทศไทยเป็นพันๆ เท่า

 

การที่ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์แบบปัจจุบันนี้ได้ถือเป็นความสำเร็จของแพทย์ทุกท่าน อาสาสมัครสาธารณสุขที่น่าทึ่งทุกคน พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่บุคลากรด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทุกคน ซึ่งเป็นผู้กล้าหาญที่อยู่แนวหน้า ช่วยยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพใน ศบค. 

 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคม 

 

ตอนนี้เมื่อโรคโควิด-19 กำลังกลับมาระบาดใหญ่อีกครั้ง ผมจึงอยากจะขอพี่น้องประชาชนทุกคนให้ลุกขึ้นมาตั้งการ์ดของตัวเองให้สูงขึ้นอีกครั้ง เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น รักษาวินัยที่ดีไว้อย่างที่เราเคยทำกันมา เพราะสงครามกับโควิด-19 จะยังอยู่ไปอีกนาน

 

ผมขอใช้โอกาสนี้พูดกับคนกลุ่มต่างๆ ที่อยากจะออกมารวมตัวกันประท้วงด้วยเหตุผลต่างๆ ของท่าน

 

เมื่อเวลาที่ท่านมารวมตัวกัน ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาลที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย 

 

และขณะเดียวกัน ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆ ล้านคน 

 

การจุดชนวนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เสี่ยงที่จะลุกโชนขึ้นมาอีก นั่นจะส่งผลกระทบที่เลวร้าย และทวีคูณปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยไปสู่ระดับที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน 

 

ผมขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก 

 

ในประเทศอื่น การรวมตัวกันและการไม่รักษาวินัยในการป้องกันโรคระบาดได้สร้างปัญหาให้กับประชาชนคนอื่นๆ ในประเทศของตัวเองมาแล้ว

 

ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ในยุโรปกำลังเริ่มพูดถึงการกลับมาเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง หรืออย่างในรัฐใหญ่รัฐหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้การเปิดร้านค้าและออฟฟิศ หรือแค่การจะออกจากบ้านก็ยังมีข้อบังคับและข้อจำกัดมากมาย 

 

ส่วนในบ้านเรา แม้ว่าการไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศจะสร้างความเจ็บปวดให้เราอย่างมาก แต่อย่างน้อยร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ยังเปิดได้อยู่ โรงเรียน ไซต์งานก่อสร้าง โรงงาน สำนักงานยังเปิดได้ และการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยด้วยกันเองก็ยังคงทำได้อยู่ ดังนั้นเราจึงไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศไทยต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้งเหมือนเมื่อเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา แบบนั้นจะยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนและเจ็บปวดให้กับทุกคน

 

ผมขอบอกทุกคนที่อยากจะออกมาชุมนุมชัดๆ ว่าผมได้ยินสิ่งที่ท่านพูด ผมรับทราบความคับข้องใจของพวกท่านในเรื่องการเมืองและความไม่พอใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 

 

ผมเคารพความคิดเห็นและความรู้สึกของท่าน 

 

แต่วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดเร่งด่วนที่เราจำเป็นต้องจัดการก่อน นั่นคือการบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจที่โควิด-19 ได้ก่อให้เกิดขึ้นไปทั่วโลก 

 

เราไม่ควรทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ 

 

การชุมนุมจะทำให้การฟื้นเศรษฐกิจเกิดการล่าช้า เพราะจะทำลายความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ และสร้างความลังเลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาประเทศไทย เมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง การชุมนุมจะสร้างความวุ่นวายในประเทศ และทำลายสมาธิการทำงานของภาครัฐในการจัดการกับโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 

 

ผมจึงอยากขอให้เราเอาชนะโควิด-19 และผ่านวิกฤตโลกครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยกลับมาที่เรื่องการเมือง

 

ในสถานการณ์ปัจจุบัน หลายประเทศใช้ความเด็ดขาดในการยุติการประท้วงด้วยเหตุผลที่ไม่ยอมให้เกิดการกระทำที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยหลายประเทศห้ามไม่ให้มีการรวมตัวใดๆ ทั้งสิ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ในประเทศเยอรมนีมีการประท้วงของคนจำนวนกว่า 38,000 คน มีผู้ถูกจับดำเนินคดีมากกว่า 300 คน ในคดีทำลายโอกาสของประเทศ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม

 

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมสั่งการไปคือขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยความนิ่มนวล เพราะผมยังเชื่อว่าผู้ที่ออกมาประท้วงจะมีความตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังและอยู่ในขอบเขต แต่ผมก็ขอฝากไปถึงทุกคนที่จะออกมารวมตัวกันว่า ขอให้นึกถึงพี่น้องคนไทยด้วยกันให้มากๆ คนไทยอีกเป็นสิบๆ ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบจากการที่ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโควิด-19 และเพิ่มความเสี่ยงให้เราต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง 

 

ภารกิจของผมชัดเจน คือผมต้องปกป้องคนไทยไม่ให้เกิดการสูญเสียในชีวิตเป็นหมื่นๆ ชีวิตเหมือนในประเทศอื่น และป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมาจากการเสียชีวิตของผู้คน และหายนะที่จะตามมาจากการล็อกดาวน์

 

เพราะฉะนั้นเรายังต้องระมัดระวังในการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เพราะมีความเสี่ยงในการนำเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับเราทุกคน 

 

แต่ในขณะที่ทำอย่างนั้น ผมก็รู้ถึงความเจ็บปวดของทุกคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว 

 

ผมรู้สึกจริงๆ ครับว่าทุกคนเจ็บปวด หลายครั้งผมนอนไม่หลับนะครับ เมื่อคิดถึงจำนวนคนที่ต้องตกงาน และจำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการลง 

 

เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก ซึ่งไม่มีทางออกไหนที่ไม่มีความเจ็บปวดรออยู่ การเปิดประตูประเทศอาจจะทำให้มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในระดับหนึ่ง แต่เราก็รู้ว่าจะมีโควิด-19 เข้าประเทศมาด้วยแน่นอน แม้จะมีการตรวจเช็กขนาดไหนก็ตาม สิ่งที่ผมกังวลคือหากเกิดการระบาดใหญ่เป็นวงกว้างในประเทศ เราอาจจะไม่สามารถรับมือได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแบบนั้น ความเดือดร้อนในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องจะยิ่งรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งจะไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับภาคการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะส่งผลกับทุกภาคส่วนในสังคม

 

พี่น้องครับ เรากำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น เราจึงควรวางเรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นความยากลำบากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลกไปให้ได้ ผมขอให้ทุกคนยกการ์ดของตัวเองให้สูงอีกครั้ง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และโชว์สปิริตของความเป็นไทยต่อไปด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิด-19 ไปให้ได้

 

ขอบคุณครับ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories