×

บริษัทใหม่อยากให้เริ่มงานเร็วที่สุด แต่เรายังรอโบนัสที่บริษัทเก่าอยู่ จะทำอย่างไรดีคะ

02.01.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • สิ่งที่จะทำให้คุณมีไพ่ที่เหนือกว่าเขาได้ก็คือ คุณต้องทำให้พวกเขาคิดว่า ถ้าต้องการฉันจริงๆ ต้องรอฉันได้ และถ้ารอฉันได้ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย คนอื่นมีแต้มต่อคุณได้แค่ว่าเขามาเริ่มงานได้เร็วกว่าคุณแค่นั้น แต่ถ้าคุณทำให้เขาเห็นว่าคะแนนด้านฝีมือคุณมีเหนือกว่า คุณแน่จริง คุณเจ๋งจริง ถ้าอยากได้ก็ต้องฟังและให้เกียรติคุณ ไม่ใช่มาบีบว่ามีคนมาจ่ออยู่หน้าประตูรอเสียบอยู่ตลอดเวลา
  • ส่วนเรื่องโบนัส คุณสามารถบอกบริษัทใหม่ไปได้ตรงๆ ว่าคุณรอโบนัสอยู่ (ใครๆ ก็รอโบนัสไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ) ถึงตรงนี้ถ้าเขาอยากได้คุณจริงๆ บริษัทใหม่อาจจะคำนวณตัวเลขผลประโยชน์ให้คุณใหม่เพื่อโน้มน้าวใจคุณก็ได้ หรืออาจจะไม่ก็แล้วแต่ แต่คุณได้บอกความต้องการที่แท้จริงของคุณไปแล้ว และมันเป็นการคุยกันแบบแฟร์ๆ รับได้ก็อยู่ด้วยกันได้ รับไม่ได้ก็ไม่ใช่ แค่นั้นเลย แต่คุณต้องส่งต่อทุกอย่างให้เรียบร้อย ถ้าต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามกฎเท่าไรก็ทำตามกฎให้ถูกต้อง แลนดิ้งตัวเองให้สวยครับ
  • เลือกงานก็เหมือนเลือกแฟนครับ เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน และเคารพการตัดสินใจของกันและกัน เราถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ให้คิดว่าช่วงเวลาก่อนจะก้าวขาไปทำงานบริษัทใหม่นี้เป็นช่วงการดูใจ ตราบเท่าที่คุณยังไม่ได้เซ็นสัญญา ทุกอย่างยังคงอยู่ในการพิจารณาเสมอ อะไรที่ไม่เป็นไปตามต้องการต้องสื่อสารกันให้รู้เรื่อง ไม่เริ่มตั้งแต่วันที่ยังไม่เซ็นสัญญาแล้วจะเริ่มกันวันไหนล่ะครับ ยังต้องอยู่ด้วยกันอีกยาว เช่นเดียวกัน จะเลิกกับคนเก่าไปหาคนใหม่ก็เลิกกันด้วยดี ไม่ใช่โผไปหาคนใหม่แบบถีบหัวคนเก่าชนิดไม่ไยดี จากกันก็ยังให้มองหน้ากันได้อยู่ ปรารถนาดีต่อกันได้อยู่

 

Q: ดิฉันไปสัมภาษณ์งานบริษัทใหม่มาค่ะ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ตอนแรกดิฉันบอกว่าพร้อมจะเริ่มงานใหม่ในอีกสองเดือนข้างหน้า เพราะมีโปรเจกต์ที่ฉันดูแลอยู่ในบริษัทปัจจุบันที่อยากทำให้จบก่อน และว่ากันตามตรงดิฉันก็อยากจะรอโบนัสออกก่อนด้วย แต่บริษัทใหม่พยายามบีบให้ดิฉันเริ่มงานเร็วที่สุด ถึงขนาดบอกว่ามีคู่แข่งคนอื่นๆ ที่พร้อมจะเริ่มงานเร็วกว่าดิฉัน และถ้าดิฉันไม่รีบมา เขาก็อาจจะเลือกคนอื่นแทน ดิฉันควรจัดการอย่างไรดีคะ

 

A: เป็นสถานการณ์ที่น่าลำบากใจเหมือนกันนะครับ ตอนนี้เหมือนบริษัทใหม่หงายไพ่ออกมาว่า ‘ถ้าเธอไม่มา ฉันจะเลือกคนอื่น!’ ว่ากันตามตรง เขาก็มีเหตุผลของเขานะครับ ในมุมของ HR เขาก็ต้องทำหน้าที่ปิดดีลนี้ให้เร็วที่สุด หาคนมาเติมตำแหน่งที่ว่างหรือขาดหายนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด มองจากมุมของเขาก็น่าเห็นใจนะครับ HR เองก็เคยเจอคนที่สัมภาษณ์กันมาดิบดี อีกนิดจะก้าวขาเข้ามาทำงานแล้วแต่เกิดเปลี่ยนใจก่อน HR เองก็เสียงานเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขาทำ เขาก็ทำตามหน้าที่ของเขานั่นแหละครับที่จะต้องปิดดีลให้เร็วที่สุด

 

ขณะเดียวกัน เหตุผลของคุณก็เป็นเหตุผลที่ยอมรับได้ คุณดูแลโปรเจกต์งานนี้มาตลอดก็คงอยากให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี ขออยู่ดูแลจนเห็นงานนี้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างสมความตั้งใจก่อนแล้วจะจากไปก็รู้สึกไม่ค้างคาแล้ว ก็ถือว่าคุณพยายามรับผิดชอบหน้าที่อย่างดีที่สุดเหมือนกัน

 

ส่วนเหตุผลเรื่องการรอโบนัสออกก่อนนั้น ผมว่าก็ยอมรับได้ที่เราจะคิดแบบนี้ มันคือผลประโยชน์ที่เราจะได้รับ ทำงานมาทั้งปี ตั้งใจดีมาตลอด เราก็สมควรได้รับโบนัสเป็นรางวัล และคุณก็คงอยากรู้เหมือนกันนะครับว่าจะได้โบนัสเท่าไร เข้าใจได้ว่าถ้าโพล่งไปตั้งแต่ตอนที่โบนัสยังไม่มาถึงมือว่าคุณจะลาออก บางบริษัทก็อาจจะเอาประเด็นนี้มาพิจารณาโบนัสที่คุณกำลังจะได้ เข้าใจได้ครับว่าบริษัทก็ไม่ได้ใจกว้างตลอด เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ไปยื่นขอลาออกหลังจากได้โบนัสแล้วก็น่าจะดีกว่า

 

ที่ไล่เหตุผลแต่ละฝั่งมาก็เพื่อให้คุณเข้าใจก่อนว่า ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง และทุกคนมีเหตุผลที่ยอมรับได้หมด ทีนี้อยู่ที่คุณแล้วว่าคุณจะเลือกทางไหน

 

เรื่องการรอโบนัส บางบริษัทที่ต้องการตัวเรามากจริงๆ ขนาดที่อยากให้เราลาออกก่อนที่จะได้โบนัสจากที่ปัจจุบัน เวลาเขาคำนวณเงินเดือนและผลประโยชน์ให้เรา เขาจะคิดเผื่อไว้แล้วว่าเงินเดือนที่เขาจะให้คุณรวมไปถึงผลประโยชน์อื่นๆ เช่น การการันตีโบนัส ฯลฯ เขาจะคัฟเวอร์ไปให้มากกว่าโบนัสที่คุณจะได้จากที่ปัจจุบัน นัยว่าถ้าที่ใหม่จะให้คุณมากกว่าขนาดนี้แล้ว อย่าได้ช้า มาเดี๋ยวนี้ พี่พร้อมฟาด!

 

สิ่งที่ผมจะบอกถ้าคุณเจอสถานการณ์ ‘มาเดี๋ยวนี้ พี่พร้อมฟาด!’ ก็คือ อยากได้คุณมันก็แน่นอนอยู่แล้ว แต่มันน่าคิดนะครับว่าทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น ใจป๋าจริงหรือเปล่า หรือมีอะไรบีบให้เขาทำทุกวิถีทางเพื่อหาคนมาทำงานตรงนี้ให้ได้ เช่น มีงานที่รอไม่ได้แล้ว มีปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้เดี๋ยวนี้แล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของคุณแล้วล่ะครับที่ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงรีบร้อนขนาดนั้น

 

แนะนำว่าคุณจะไม่ได้คำตอบที่แท้จริงจาก HR หรอกครับ (แต่คุณ ‘ต้อง’ ถามเขา เอาเหตุผลเขามาประกอบการตัดสินใจ) เขาจะมาบอกคุณเหรอว่าบริษัทกำลังมีปัญหาต้องหาคนแก้โดยด่วน มันต้องเงื่อนงำมากกว่านั้นที่คุณต้องไปสืบจากศพเอง ทำตัวเป็นนักสืบหน่อยครับ ลองหาข่าวเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทใหม่มาอ่านเพื่อดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ สืบให้ได้ว่าทำไมคนเก่าถึงลาออก แล้วลาออกไปอยู่ไหน ลาออกกันยกทีมหรือเปล่า หรือข้างในมีการเมือง สืบจากคนที่ทำงานอยู่ในบริษัทนั้นที่เราไว้ใจได้ รู้ข้อดีข้อเสียของบริษัทให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วเอามาประกอบการตัดสินใจอีกทีว่า จากสถานการณ์ทั้งหมดที่เรารับทราบมา เรายอมรับได้ไหมที่จะกระโจนเข้าไป ถ้าคิดแล้วว่าได้ก็ลุยมันให้สุดตัวเลย ถ้าเราแก้ปัญหาได้เราก็เติบโตขึ้น แถมยิ่งมีวิกฤตสิเป็นโอกาสให้เราได้แสดงฝีมือ แต่ถ้าคิดดีแล้วว่าเราไม่โอเคที่จะไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เราก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ ในชีวิตอีก จะอยู่ที่เก่าก็ได้ หรือจะไปที่อื่นก็ยังมี ประเด็นสำคัญมันคือการที่เรารู้หรือเปล่าว่ากำลังจะไปเจออะไรในที่ใหม่ แล้วเรายอมรับได้หรือเปล่า

 

หลักการทั่วไปของการที่เราได้เงินเดือนเยอะก็คือแปลว่าความรับผิดชอบของเราต้องเยอะตามเงินเดือนไปด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ให้เงินเราเยอะๆ แล้วให้เราไปนั่งสบายๆ เขาจ้างให้เราไปแก้ปัญหา อย่าให้ตัวเองเมาเงินที่เขาฟาดมาครับ เงินมันหอมหวานแน่นอน แต่ให้ผลประโยชน์ที่เขาเสนอมาเป็นสิ่งที่เราควรค่ากับมันจริงๆ เหมาะกับเราจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราจะได้เงินมาเยอะแต่ไม่มีความสุขในการทำงานเลย ถึงตอนนั้นเราอาจจะยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมก็ได้

 

เห็นได้ชัดครับว่าเขาอยากได้คุณ แต่ตอนนี้เขากำลังดึงอำนาจในการตัดสินใจมาอยู่ที่เขา เขากำลังต่อรองกับคุณอยู่ว่าเขามีตัวเลือกอื่นที่พร้อมจะมาทำงานเร็วกว่าคุณ สิ่งที่จะทำให้คุณมีไพ่ที่เหนือกว่าเขาได้ก็คือ คุณต้องทำให้พวกเขาคิดว่า ถ้าต้องการฉันจริงๆ ต้องรอฉันได้ และถ้ารอฉันได้ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย คนอื่นมีแต้มต่อคุณได้แค่ว่าเขามาเริ่มงานได้เร็วกว่าคุณแค่นั้น แต่ถ้าคุณทำให้เขาเห็นว่าคะแนนด้านฝีมือคุณมีเหนือกว่า คุณแน่จริง คุณเจ๋งจริง ถ้าอยากได้ก็ต้องฟังและให้เกียรติคุณ ไม่ใช่มาบีบว่ามีคนมาจ่ออยู่หน้าประตูรอเสียบอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าบริษัทที่ทำให้พนักงาน (หรือแม้กระทั่งว่าที่พนักงาน) รู้สึกว่าเธอต้องสยบยอมต่อฉัน ฉันมีอำนาจต่อรองมากกว่าเธอ และฉันพร้อมจะเอาคนอื่นมาแทนที่เธอได้เสมอเพียงแค่เธอไม่พร้อม มันเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยให้เกียรติคนทำงานเท่าไรในความรู้สึกของผม

 

แต่อย่างที่ผมบอกครับ คนเราจะมีไพ่ที่เหนือกว่าได้ก็ต่อเมื่อฝีมือเราเจ๋งพอที่เขาจะรอ หรือเล็งเห็นว่ามีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่ทำงานนี้ได้ ถ้าเมื่อไรที่เราเป็นคนที่ใครก็มาแทนที่ได้ เราจะไม่มีอำนาจในมือ อันนี้มันเป็นเรื่องกรรมเก่าแล้วว่าคุณสั่งสมประสบการณ์ในงานไว้มากขนาดไหน ฝีมือดีขนาดไหน เป็นที่เลื่องลือขนาดไหน

 

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ และคุณจะไม่ทำให้คนที่รอผิดหวังเลยที่เลือกคุณ ผมคิดว่าการบอกเขาตรงๆ ว่าคุณต้องการจบโปรเจกต์ที่ทำอยู่ให้เรียบร้อย ไม่มีประโยชน์ที่เราจะจากไปโดยทิ้งให้คนที่เคยอยู่ร่วมกันมาต้องเดือดร้อน และการเป็นมืออาชีพคือการที่เรารับผิดชอบงานอย่างดีที่สุดตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าทำงานจนถึงวันสุดท้าย เพราะฉะนั้น มืออาชีพอย่างคุณก็ขอทำหน้าที่นี้ให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปเป็นมืออาชีพในงานใหม่ที่สำคัญ คุณควรได้มีโอกาสจัดการเรื่องลาออกที่บริษัทปัจจุบันให้เรียบร้อยก่อน มันมีกฎระเบียบในการลาออกอยู่ที่คุณต้องให้เกียรติที่ทำงานปัจจุบัน เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คุณพร้อมที่จะทำงานใหม่อย่างเต็มที่แน่นอน

 

โดยส่วนตัว ผมคิดว่าการลาออกที่ดีนั้นคุณควรจบกับที่ทำงานปัจจุบันให้เรียบร้อยดีก่อน อย่าโผไปหาที่ใหม่จนทำร้ายที่ทำงานเดิมที่เราอยู่กันมา วงการมันแคบ คุณจะถูกแบล็กลิสต์ได้ เสียชื่อหมดครับ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งอาจจะโคจรมาทำงานด้วยกันอีกก็ได้ เพราะฉะนั้น ไปจบให้ดี ส่วนที่ใหม่นั้น ถ้าเขาจะไม่เอาคุณ คุณไม่มีอะไรเสียเลย เพราะคุณทำถูกต้องแล้วที่ต้องจบกับที่เดิมให้เรียบร้อยก่อน เผลอๆ ที่ใหม่นี่ต่อให้เขาจะดีใจที่คุณรีบโผมาหาเขา แต่เขาเห็นแล้วนะครับว่าเงินฟาดคุณได้ เห็นแล้วว่าคุณพร้อมจะไปที่ใหม่แบบที่ไม่แลที่เก่า พร้อมจะไปได้ทุกเมื่อถ้าผลประโยชน์ดีกว่า เขาอ่านคุณออกแล้วและจะหมายหัวไว้แล้วว่าคุณเป็นคนแบบไหน ผมว่านี่สิที่น่าเป็นห่วงมากกว่า

 

ส่วนเรื่องโบนัส คุณสามารถบอกบริษัทใหม่ไปได้ตรงๆ ว่าคุณรอโบนัสอยู่ (ใครๆ ก็รอโบนัสไม่ใช่เหรอ ฮ่าๆ) ถึงตรงนี้ถ้าเขาอยากได้คุณจริงๆ บริษัทใหม่อาจจะคำนวณตัวเลขผลประโยชน์ให้คุณใหม่เพื่อโน้มน้าวใจคุณก็ได้ หรืออาจจะไม่ก็แล้วแต่ แต่คุณได้บอกความต้องการที่แท้จริงของคุณไปแล้ว และมันเป็นการคุยกันแบบแฟร์ๆ รับได้ก็อยู่ด้วยกันได้ รับไม่ได้ก็ไม่ใช่ แค่นั้นเลย สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ถ้าเขาให้ตัวเลขที่ดีกว่าและมันคือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ ไม่ได้แปลว่าคุณจะถีบหัวที่เก่าไปเลยให้มันจบเรื่องได้นะครับ คุณยังคงต้องไปจบกับที่เก่าให้เรียบร้อย เพียงแค่ว่าคุณต้องยอมตัดใจที่จะไม่ได้อยู่ทำงานจนจบโปรเจกต์นั้น แต่คุณต้องส่งต่อทุกอย่างให้เรียบร้อยถ้าต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามกฎเท่าไรก็ทำตามกฎให้ถูกต้อง แลนดิ้งตัวเองให้สวยครับ

 

นอกจากนั้นแล้ว ที่คุณบอกว่าคุณรอโบนัสจากที่ปัจจุบันอยู่ คุณพอจะประเมินได้ไหมครับว่าคุณน่าจะได้โบนัสอยู่ที่เท่าไร หรือมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินอย่างแน่นอนหรือเปล่า ถ้ามีต้องมีเท่าไร และต้องใช้เมื่อใด สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมาพิจารณาได้ว่าคุณจำเป็นต้องรอหรือจำเป็นต้องไปเมื่อไร เราต้องเอาความจำเป็นในชีวิตมากางดูกันเลยล่ะครับ

 

เลือกงานก็เหมือนเลือกแฟนครับ เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน และเคารพการตัดสินใจของกันและกัน เราถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ให้คิดว่าช่วงเวลาก่อนจะก้าวขาไปทำงานบริษัทใหม่นี้เป็นช่วงการดูใจ ตราบเท่าที่คุณยังไม่ได้เซ็นสัญญา ทุกอย่างยังคงอยู่ในการพิจารณาเสมอ อะไรที่ไม่เป็นไปตามต้องการต้องสื่อสารกันให้รู้เรื่อง ไม่เริ่มตั้งแต่วันที่ยังไม่เซ็นสัญญาแล้วจะเริ่มกันวันไหนล่ะครับ ยังต้องอยู่ด้วยกันอีกยาว เช่นเดียวกัน จะเลิกกับคนเก่าไปหาคนใหม่ก็เลิกกันด้วยดี ไม่ใช่โผไปหาคนใหม่แบบถีบหัวคนเก่าชนิดไม่ไยดี จากกันก็ยังให้มองหน้ากันได้อยู่ ปรารถนาดีต่อกันได้อยู่

 

*ส่งคำถามดราม่าในที่ทำงานที่คุณสงสัยมาได้ที่อีเมล [email protected] หรืออินบ็อกซ์ไปที่ FB: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising