×

เครดิตบูโรเผย สินเชื่อบ้านไตรมาสแรกปีนี้แผ่ว 50% ของผู้ขอสินเชื่อถูกปฏิเสธ เหตุแบงก์สกรีนเข้ม

15.05.2024
  • LOADING...
credit bureau

วันนี้ (15 พฤษภาคม) สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ( เครดิตบูโร ) โพสต์ Facebook โดยเปิดเผยรายงานสินเชื่อบ้านไตรมาสที่​ 1/67 จากข้อมู​ลสถิติของเครดิตบูโร 

 

สุรพลระบุว่า ในไตรมาสที่​ 1/67 เครดิตบูโร​เห็นอะไรจากข้อมู​ลที่สมาชิก​สถาบันการเงิน​ส่งเข้ามาในระบบ​ รายละเอียดดังนี้ 

 

บรรยากาศ​ที่พบเจอในการยื่นขอสินเชื่อบ้าน จะพบว่ามีเสียงอื้ออึงว่าถูกปฏิเสธสูงมาก​ เรียกได้ว่า​ 100 ใบสมัครผ่านการพิจารณา​เบื้องต้น​เพียง 50 ใบ​ เหตุเพราะมีการตรวจประเมินรายได้เข้มข้น​ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขอกู้มีศักยภาพ​ คำว่าศักยภาพมันก็ต้องมีรายได้แน่นอน​ มั่นคง​ เพียงพอ​ สม่ำเสมอ​ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์​ว่าลูกหนี้จะต้องมีความสามารถ​ในการชำระหนี้ตามตารางการชำระหนี้ได้ตลอด​รอดฝั่ง​ ตรวจรายได้เสร็จก็ไปตรวจเครดิตบูโร​ต่อว่า​มีหนี้มากแค่ไหน​ มีประวัติการค้างชำระหรือไม่​ เพื่อประเมินความตั้งใจในการชำระหนี้​ เพราะมันก็เป็นไปตามกฎว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

 

บัญชีที่เปิดใหม่ของสินเชื่อบ้านในแต่ละปีมีกี่มากน้อย​ และคนวัยไหนเป็นผู้ได้สินเชื่อ​ พบว่าส่วนใหญ่คือ​ Gen Y​ ครับ​ สัดส่วนสูงขึ้นทุกๆ ปี​ ที่สำคัญคือ​วงเงินสินเชื่อบ้านระดับที่ไม่เกิน​ 3 ล้านบาท น่าจะเป็นกลุ่มหลัก

 

เมื่อดูการเปิดบัญชี​ใหม่ของสินเชื่อบ้านในแต่ละปีก็จะพบว่า ​ปี​ 2018​ หรือ​ 2561 มีจำนวนเกินกว่า​ 4.3 แสนบัญชี​ ปีก่อนโควิดก็อยู่ที่ระดับ​ 3.7​ แสนบัญชี​ ปีที่แล้วอยู่ที่​ 3.3 แสนบัญชี​ ไตรมาสแรกของปีนี้​ได้เพียง 5.9 หมื่นบัญชี​ ดูแล้วมันมีแต่แผ่วลง​ ซึ่งฝั่งผู้ประกอบการต่างก็บ่นกันมากเรื่องขายได้ยาก​ กู้ไม่ผ่าน​ ของเหลือมาก​ อยากให้ลดเงื่อนไขเช่น​ LTV​ หลังที่สองหลังที่สาม​ แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับที่ปลายสาย​ เป็นต้น

 

ประเด็นถัดมาคือสถานการณ์​ในภาพรวมของสินเชื่อบ้าน​ โดยหนี้บ้านที่เคยเป็น​ NPL แล้วมีการนำมาปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (หนี้ทำ​ TDR)​ ภาพมันบอกว่าปรับกันมาก

 

ขณะที่หนี้เสียในไตรมาสนี้มีการยกตัวขึ้นมาอยู่ที่​ 2.00 แสนล้านบาทเติบโต​ 18%YoY​ สัดส่วนในหนี้เสียรวม (1.09 ล้านล้านบาท) ก็ประมาณ​ 20% ถือว่าไม่น้อยนะครับ​

 

ส่วนหนี้บ้านที่เริ่มค้างชำระแต่ยังไม่เลย​ 90 วัน​ เรียกหนี้ตรงนี้ว่าหนี้กำลังจะเสีย หรือ​ SM มันมาหยุดที่​ 1.8 แสนล้านบาท เติบโต​ 15%YoY ดีขึ้นกว่า​ 4Q66 ที่เติบโต​ 31%YoY​ ที่สำคัญคือ​ 1.2 แสนล้านบาทอยู่ในความดูแลของแบงก์​รัฐ การปรับโครงสร้างหนี้จะมีความยืดหยุ่น​ ผ่อนปรน​ ไม่ขึงตึงเท่าทางฝั่งเอกชน​ ท่านจะดูเป็นยอดเงิน จำนวนบัญชี หรือเป็น​ % ก็ตามสะดวกนะครับ

 

credit bureau

 

เพื่อขยายความเพิ่ม กราฟแท่งสีแดงคือหนี้ที่ค้างเกิน​ 90 วัน หรือหนี้เสียของสินเชื่อบ้าน​ แท่งสีเหลืองคือหนี้กำลังจะเสียหรือ​ SM สินเชื่อบ้าน​ กราฟแท่งด้านซ้ายคือจำนวนบัญชีแยกตามช่วงวัยของ​ Generation ในแต่ละไตรมาส​ เช่น ไตรมาส​ 1 ปี​ 2567​ Gen Y ถือสัญญาสินเชื่อบ้านที่เป็น​ NPL เท่ากับ​ 83,281 สัญญา​ คิดเป็นเงิน​ 1.24 แสนล้านบาท​ 

 

50% ของหนี้รอเน่าเป็นของ Gen Y

 

ในกรณีของ​ SM​ บ้านที่อยู่ในมือคน​ Gen Y​ ช่วงเวลาเดียวกันนี้​มีจำนวน​ 76,276 สัญญา​ คิดเป็นเงิน​ 1.18 แสนล้านบาท​ คิดแบบเร็วๆ ครับ​ คน​ Gen Y​ เป็นหนี้เสียบ้านกว่า​ 50% ของหนี้เสียบ้านทั้งหมด ​(1.24/2.00 แสนล้านบาท) และก็กว่า​ 50% อีกเหมือนกันที่คน​ Gen Y​ เป็นหนี้กำลังจะเสียส่วนใหญ่ (1.18/1.80 แสนล้านบาท) 

 

คนวัยกำลังทำงานจะไปต่ออย่างไรในบรรยากาศ​เศรษฐกิจ​โตต่ำ​ มีปัญหาให้แก้แทบทุกด้าน​ จะเป็นหลานอาม่าในวันนี้มันไม่ง่ายเหมือนในหนังที่มีคนรุ่นก่อนเก็บเงินไว้ให้นะครับ​ ชีวิตจริงกับในหนังมันแตกต่างกันพอสมควร

 

ผมขอเสนอภาพความรู้สึก​ การประเมิน​ และข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับคนที่เป็นลูกหนี้​ ว่าในสภาพที่รุมเร้าแบบนี้​ ทางออกของใครบางคนมันก็ไม่พึงประสงค์​ แต่คนเรานะครับ​ เมื่อมันสุดของสุด​ การตัดสินใจแบบนี้เราอาจจะเห็นมากขึ้น​ ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเป็นเช่นนั้นเลย อันนี้มาจากภาพข่าวของสื่อ

 

ทั้งนี้ สุรพลระบุในข้อความว่า ขอเชิญชวนทุกๆ ท่านไปฟังการบรรยาย​ เรื่องหนี้ครัวเรือนไทยและการแก้ไขปัญหา จากมุมมองของคนที่รับผิดชอบโดยตรงซึ่งก็คือวิทยากรจากแบงก์​ชาติ​ ในงาน​ MONEY EXPO ที่เมืองทองธานี ในวันที่​ 18 พฤษภาคม​ 2567 นี้นะครับ​ ไปฟัง​ ไปถามครับ​ ว่าเราจะทำอย่างไร ถ้าเราคือคนที่มีปัญหาการค้างชำระหนี้บ้านในเวลานี้​

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising