×

ปตท.สผ. กำไร ปี 68 ร่วง 18% เหลือ 1,830 ล้านดอลลาร์ ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก คาดราคาน้ำมันปีนี้ทรุดต่อเหลือ 60-70 ดอลลาร์ จากปี 68 อยู่ที่ 79.58 ดอลลาร์

10.02.2026
  • LOADING...
ตารางสรุปข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ ปตท.สผ. สำหรับปี 2568 แสดงกำไรสุทธิที่ลดลง

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP)แจ้งต่อตลาดหลักทรัพยฯ ถึงผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 1,830 ล้านดอลลาร์ ลดลง 397 ล้านดอลลาร์ หรือ 18% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาตลาด เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ ของบริษัทลดลง 6% มาอยู่ที่ 43.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 31.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

 

รวมทั้งสาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายใน การบริหารและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าปริมาณขายเฉลี่ย ปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 509,906 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โดยหลักจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการในอ่าวไทย รวมถึงจากการเข้าร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ18โครงการสินภูฮ่อม และโครงการแอลจีเรีย ทูอัท ที่สามารถเพิ่มปริมาณขายได้ทันที

 

ตารางสรุปข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ ปตท.สผ. สำหรับปี 2568 แสดงกำไรสุทธิที่ลดลง 1

สรุปข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ ปี 2568 ของ ปตท.สผ.

 

ทั้งนี้ ในปี 2568 ราคาน้ำมันมันดิบถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีผลต่อการดำเนินงานของ ปตท.สผ. โดยราคาน้ำมันมันดิบดูไบมีความผันผวนตลอดทั้งปี 2568 โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 69.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับลดลงจากปี 2567 ที่ 79.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่ เพิ่มขึ้นและการเติบโตด้านอุปสงค์ที่ชะลอตัว โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากการเร่งปรับเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ (Production Unwinding)

 

รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตจากประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่ม OPEC+ เช่น กายานาและบราซิล ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่อ่อนตัวลงจาก ความตึงเครียดทางการค้า

 

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังได้รับแรงสนับสนุนเป็นระยะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาทิ ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย–ยูเครน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา

 

โดยในปี 2569 ปตท.สผ. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลลี่จะอยู่ในช่วง 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันโลก ซึ่งเติบโตจากประเทศนอกกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (The Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ภายใต้ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความตึงเครียดทางการค้า รวมถึงแนวโน้มด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้น จากการปรับเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ และผู้ผลิตนอกกลุ่ม การตัดสินใจด้านนโยบายการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และความเสี่ยงด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบเสถียรภาพราคาน้ำมันในระยะถัดไป

 

ด้านมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า สำหรับผลประกอบการในปี 2568 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 294,849 ล้านบาท (เทียบเท่า 8,970 ล้านดอลลาร์ สรอ.) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 509,906 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 (G1/61) ได้ที่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตเต็มปี และความสำเร็จจากการเข้าลงทุนในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 (MTJDA A18)

 

ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 43.82 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลงประมาณ 6% ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 60,273 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,830 ล้านดอลลาร์)

 

ตารางสรุปข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ ปตท.สผ. สำหรับปี 2568 แสดงกำไรสุทธิที่ลดลง 2

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ.

 

เตรียมจ่ายเงินปันผลปี 2568 ที่ 8.75 บาทต่อหุ้น

 

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่ 8.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิที่ 595 รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 34,737 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ไปแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ในอัตรา 4.10 บาทต่อหุ้น ส่วนที่เหลืออีก 4.65 บาทต่อหุ้น จะจ่ายในวันที่ 22 เมษายน 2569 ภายหลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569

 

“ปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเริ่มการพัฒนาโครงการที่มีการค้นพบปิโตรเลียมแล้วในประเทศมาเลเซีย และเร่งพัฒนาโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ (Algeria Hassi Bir Rekaiz) ในระยะที่สอง โครงการสัมปทานกาชา(Ghasha Concession) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 (Mozambique Area 1) อีกด้วย โดยในปี 2569 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย (Averaged Sales Volume) ไว้ที่อัตรา 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 10” มนตรีกล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising