×

แม้กำลังซื้อยังเปราะ แต่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่แผ่ว ‘เพาเวอร์ มอลล์’ เผย ‘ทีวีจอยักษ์-แอร์’ ขายดี รับอากาศร้อนจัดและบอลโลกครึ่งปีหลัง

12.06.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีรูป รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้บริหารเพาเวอร์ มอลล์ และข้อความเกี่ยวกับยอดขายทีวีจอยักษ์และแอร์

แม้กำลังซื้อผู้บริโภคไทยยังไม่กลับมาแข็งแรงเต็มที่ แต่ตลาดสินค้าไอที โทรศัพท์มือถือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2569 ยังคงมีสัญญาณเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยสำคัญที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค ได้แก่ เทคโนโลยี AI, สภาพอากาศที่ร้อนจัด และมหกรรมฟุตบอลโลก เข้ามาช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดในหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะทีวีจอใหญ่และเครื่องปรับอากาศ

 

รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือ สินค้าไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3-5% จากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อจะยังเจอแรงกดดันหลายด้าน

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตในปีนี้ไม่ได้มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี AI กำลังที่ยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงฟีเจอร์เสริมในสินค้า ไปสู่การเป็น ‘Intelligence Platform’ หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้ลึกซึ้งมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ปัจจุบัน AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ช่วยสั่งงานหรืออำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่เริ่มเชื่อมโยงเข้าไปอยู่ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในบ้าน, การทำงาน, การสร้างสรรค์คอนเทนต์, การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงความบันเทิง ส่งผลให้ AI กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเทคโนโลยี

 

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนชัดในตลาดสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดยผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองว่า AI ไม่ใช่เพียงคุณสมบัติเสริมอีกต่อไป แต่เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่สินค้าจำเป็นต้องมี ส่งผลให้สินค้าที่ติดตั้งระบบ AI สามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้กับเพาเวอร์ มอลล์ มากกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด

 

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ AI สภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเฉพาะกลุ่มทีวีและเครื่องเสียงที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากฟุตบอลโลก แม้ว่าการแข่งขันจะจัดขึ้นในช่วงปลายปีและเวลาการแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงดึกถึงเช้ามืดตามเวลาประเทศไทย แต่บรรยากาศของมหกรรมกีฬาระดับโลกยังคงเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจอัปเกรดอุปกรณ์ภายในบ้าน

 

จากปัจจัยทั้งหมด จึงคาดว่ายอดขายในกลุ่มทีวีและเครื่องเสียงจะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% จากภาวะปกติ โดยเฉพาะทีวีจอขนาดใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และปัจจุบันตลาดเริ่มเห็นการขยายตัวของทีวีขนาด 75 นิ้วขึ้นไปจนถึง 100 นิ้ว รวมถึงบางรุ่นที่มีขนาดใหญ่ถึง 136 นิ้ว ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนหนึ่งกำลังเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ความบันเทิงส่วนตัวมากขึ้น

 

จากแนวโน้มดังกล่าว เพาเวอร์ มอลล์ จึงเตรียมจัดตั้ง ‘ทีวี 100 นิ้ว คลับ’ เพื่อรวบรวมสินค้าและนวัตกรรมจากทุกแบรนด์ไว้ในจุดเดียว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทีวีจอยักษ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

และอีกหนึ่งสินค้าดาวเด่นของปีนี้คือ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยยอดขายเครื่องปรับอากาศในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาเติบโตถึง 100% หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีจะเติบโตมากกว่า 50% ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศของประเทศมีแนวโน้มขยายตัวในระดับเลขสองหลัก

 

ในทางกลับกัน ตลาดเครื่องฟอกอากาศเริ่มชะลอตัวลง หลังสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 คลี่คลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคยังคงตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมและสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างชัดเจน

 

รัชตะ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ เพาเวอร์ มอลล์ ปัจจุบันสินค้าขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, เครื่องปรับอากาศ, ทีวี ตามลำดับ โดยบริษัทเตรียมจัดโปรโมชันกระตุ้นการใช้จ่าย ทั้งส่วนลดสูงสุด 50-70% ตามด้วย โปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 รวมถึงแคมเปญพิเศษ ‘ซื้อทีวี แถมดูบอลโลกฟรีครบทุกแมตช์’ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ

 

นอกจากนี้ พฤติกรรมการจ่ายของผู้บริโภคยังเปลี่ยนไปด้วย โดยปัจจุบันลูกค้ากว่า 90% ของ เพาเวอร์ มอลล์ เลือกชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล และบางส่วนมีการผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิต ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท สะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน แม้จะมีความต้องการซื้อสินค้าเทคโนโลยีอยู่ก็ตาม

 

“แม้ตลาดจะมีแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย แต่ผู้ประกอบการยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด รวมถึงการขาดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ Easy E-Receipt ที่เคยดำเนินการในอดีตมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายในบางหมวดสินค้าได้ถึง 20-30% ดังนั้น เมื่อไม่มีมาตรการดังกล่าว ตลาดจึงขาดแรงกระตุ้นสำคัญและบรรยากาศการจับจ่ายไม่คึกคักเท่ากับปีก่อน” รัชตะ ย้ำ

 

ในมุมของผู้ประกอบการยังคาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างแรงส่งให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ในปี 2569 เพาเวอร์ มอลล์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10-15% สูงกว่าการเติบโตของตลาดรวมที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 3-5% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากสินค้าในกลุ่มพรีเมียม เครื่องปรับอากาศ และสินค้าที่ติดตั้งเทคโนโลยี AI ซึ่งยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

และท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ภาพของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย ในปีนี้จึงสะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคอาจไม่ได้จับจ่ายมากขึ้น แต่กำลังเลือกใช้เงินกับสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากขึ้น โดยมี AI, อากาศร้อน และฟุตบอลโลก เป็นตัวเร่งเข้ามาเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันของตลาดทั้งอุตสาหกรรม

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories