×

ตร. ช่วย 4 ชาวจีนเหยื่อคอลเซ็นเตอร์เมียนมา เร่งล่าแก๊งนายหน้า-จ่อฟันแอปฯ รถเถื่อน

โดย THE STANDARD TEAM
26.05.2026
  • LOADING...
ตำรวจแถลงข่าวการช่วยเหลือชาวจีน 4 ราย เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ (ดอนเมือง) พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) เป็นประธานการประชุมและแถลงผลการช่วยเหลือชาวจีนจำนวน 4 ราย ที่ถูกหลอกลวงไปบังคับใช้แรงงานในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ ประเทศเมียนมา

 

การแถลงข่าวครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ ศตคม.ตร. ได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แจ้งเหตุชาวจีนถูกกักขังในประเทศเมียนมา นำมาสู่การสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดตากและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนและประสานความร่วมมือระหว่างทางการไทย จีน และเมียนมา เพื่อกดดันเครือข่ายดังกล่าวอย่างหนัก จนกระทั่งชาวจีนทั้ง 4 รายได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

จากการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของเจ้าหน้าที่พบว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ชาวจีนกลุ่มนี้ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้การว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาลู่ทางประกอบธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ ตามการชักชวนของเพื่อนชาวจีน ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักให้ทั้งหมด

 

ในเวลาต่อมา บุคคลกลุ่มนี้กลับถูกพาเดินทางมุ่งหน้าไปยังพื้นที่จังหวัดตาก และข้ามพรมแดนไปยังประเทศเมียนมาผ่านยานพาหนะที่เครือข่ายจัดเตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานในเบื้องต้น ยังไม่พบร่องรอยการถูกลักพาตัว กักขัง หรือใช้กำลังบังคับควบคุมตัวในระหว่างที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย

 

ปัจจุบันผู้เสียหายทั้ง 4 รายอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและคุ้มครองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) เพื่อประเมินสถานะและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตจีนเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

 

พลตำรวจเอก ธัชชัย ได้เน้นย้ำถึงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติว่า แม้ประเทศไทยจะมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและมีพรมแดนธรรมชาติที่ง่ายต่อการลักลอบเดินทาง แต่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และจะไม่ยินยอมให้ผู้กระทำความผิดใช้ดินแดนไทยเป็นทางผ่านหรือส่วนหนึ่งของกระบวนการกระทำความผิดโดยเด็ดขาด

 

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมบูรณาการความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อพิจารณาดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับแอปพลิเคชันและรถยนต์รับจ้างที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อตัดวงจรการขนส่งที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนการค้ามนุษย์

 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวให้ความมั่นใจว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมเตือนภัยผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ให้ดำเนินการขอวีซ่าทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพึงระมัดระวังข้อเสนอการจ้างงานที่อำนวยความสะดวกเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยให้เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงได้

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันจุดยืนในการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยคดีนี้จะไม่สิ้นสุดเพียงการช่วยเหลือผู้เสียหาย แต่จะเดินหน้าสืบสวนขยายผลร่วมกับทางการจีน เพื่อนำตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ผู้จัดหา ผู้รับส่ง ไปจนถึงผู้สั่งการ มาดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุดต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising