วันนี้ (13 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการจัดระเบียบและตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยให้เป็นไปตามกฎหมาย
โดยเฉพาะการใช้มาตรการเอกซเรย์ ตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยและลงทุนหนาแน่น ซึ่งอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญระดับประเทศ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลสถิติที่สำคัญว่า จากการลงพื้นที่สืบสวนตรวจสอบนิติบุคคลบนเกาะพะงันซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 3,754 ราย พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นสูงถึง 2,381 ราย โดยผลจากปฏิบัติการล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยที่กระทำความผิดได้แล้ว 2 ราย และศาลได้อนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 ราย พร้อมทั้งสามารถตรวจยึดโฉนดที่ดินได้จำนวน 37 แปลง มูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้ ชุดสืบสวนจะเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อสืบหาตัวผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงต่อไป
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้อธิบายถึงพฤติการณ์การกระทำความผิดว่า แม้กฎหมายไทยจะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจได้ ภายใต้เงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นที่กำหนด แต่ปัญหาหลักที่พบคือการลักลอบใช้นอมินี หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางการเป็นเจ้าของธุรกิจและถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบพฤติการณ์ในรูปแบบการถือหุ้นไขว้ ซึ่งพบลักษณะการใช้คนไทยกลุ่มเดิมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในหลายบริษัท สลับกันไปมาจนมีลักษณะคล้ายคลึงกับกระบวนการบัญชีม้า หรือที่เรียกกันว่า บริษัทม้า
สำหรับประเด็นข้อสงสัยของสังคมที่ว่า อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือสำนักงานกฎหมายเข้าไปมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดด้วยหรือไม่นั้น โฆษก ตร. ระบุชัดเจนว่า ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียดว่า บุคคลหรือหน่วยงานที่รับจัดตั้งบริษัทเหล่านั้น มีเจตนารู้หรือควรรู้ หรือไม่ ว่าการดำเนินการจดทะเบียนดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือ ปกปิด และอำพรางให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบงำธุรกิจในไทย
ซึ่งหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงกลุ่มคนไทยที่ยอมตนเป็นนอมินีถือหุ้นแทนชาวต่างชาติด้วย ซึ่งปัจจุบันได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการกำลัง เพื่อปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางอย่างจริงจัง อันเป็นการป้องกันการครอบงำระบบเศรษฐกิจและปกป้องทรัพยากรของชาติมิให้ตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย


