×

ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งย้ายด่วน ‘ผบช.ภ.8’ เข้า ศปก.ตร. เซ่นปมแฉข้อมูลการประชุมบริหาร ตั้ง ‘พล.ต.ท.สุรพงษ์’ รักษาราชการแทน

โดย THE STANDARD TEAM
20.06.2026
ภาพแฟ้ม พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 278/2569 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการและรักษาราชการแทน ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในทันที

 

สาระสำคัญของคำสั่งดังกล่าว สืบเนื่องมาจากกรณีที่ปรากฏข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในหลายช่องทาง ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงการประชุมบริหารของตำรวจภูธรภาค 8 และมีการกล่าวถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดยตรง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ประชาชนและสังคมเกิดความสงสัย หรือขาดความเชื่อมั่นต่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ ตลอดจนกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวม

 

ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาสอบสวน

 

เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากข้าราชการตำรวจที่ตกเป็นที่สงสัยยังคงปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิม และเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ปราศจากข้อครหา

 

รวมถึงไม่ให้เกิดการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2566 มีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

  • ให้ พลตำรวจโท สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
  • ให้ พลตำรวจโท สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อีกหน้าที่หนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำในตอนท้ายของคำสั่งว่า การสั่งให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการทางบริหารเพื่อประโยชน์ของทางราชการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น มิใช่มาตรการทางวินัยหรือการลงโทษ และมิได้เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดแต่อย่างใด

 

โดยคำสั่งนี้ให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าจะมีการออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising