Menu

ทำจมูก ทำตาบ่อยๆ เรียกว่าเสพติดศัลยกรรมไหม แล้วจะบอกตัวเองอย่างไรให้พึงพอใจในสิ่งที่เป็น

11.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

Time index

02:07 ทุกวันนี้การทำศัลยกรรมคือเรื่องปกติ

03:02 ร่วมหาคำตอบว่าศัลยกรรมหมายถึงการทำอะไรบ้าง

06:19 จุดไหนที่เรียกว่าเสพติดศัลยกรรม

10:27 อาการเสพติดศัลยกรรมอาจมีสาเหตุความขาดหายภายในจิตใจ

11:50 บางครั้งความงามก็เป็นเรื่องของเทรนด์

13:49 ความงามอาจเป็นแค่มิติหนึ่งของชีวิตเรา

15:43 เราไม่สามารถถมความไม่พอได้ด้วยมิติความงามเพียงอย่างเดียว

ทุกวันนี้การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่คนยอมรับกันได้กว้างขวาง ใครทำมาแล้วสวยเข้าที่ก็ได้รับการชื่นชม แต่สิ่งหนึ่งที่มาคู่กันคือ เมื่อการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องง่าย ก็อาจทำให้บางคนเกิดการเสพติดได้

 

R U OK เอพิโสดนี้ไม่ได้มาตัดสินว่าการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ แต่จะมาช่วยให้ชวนระวังว่าจุดไหนที่เรียกว่าเสพติด จำนวนครั้งในการทำเกี่ยวข้องไหม และจะบอกตัวเองอย่างไรให้พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น

 


 

ความงามกับการทำศัลยกรรม

การทำร่างกายให้สวยงามเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ตั้งแต่มนุษย์มีวิวัฒนาการเรื่องการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางจนถึงทุกวันนี้ ที่วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวไปสู่ยุคของการทำศัลยกรรม ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เรายังมีทัศนคติต่อคนทำศัลยกรรมในแง่ลบ มักจะตัดสินคนที่ทำว่าไม่พึงพอใจในตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทัศนคติของสังคมก็เริ่มปรับเปลี่ยนและยอมรับได้มากขึ้น เริ่มมองเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายและเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถจัดการกับร่างกายของตัวเอง

 

เมื่อเกิดการยอมรับอย่างแพร่หลาย เราจึงเห็นสถาบันเสริมความงามผุดขึ้นแน่นขนัดไม่ต่างจากร้านสะดวกซื้อ แค่มีเงินและความรู้สึกอยากก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้ในทันที โปรโมชันต่างๆ ก็คอยเร่งเร้าให้คนเข้าใจไปใช้บริการ ซึ่งบางครั้งตรงนี้เองที่ไปแตะความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในใจของบางคน เกิดให้เป็นอาการที่เรียกว่า เสพติดศัลยกรรมมากขึ้น

 

การเสพติดศัลยกรรมคืออะไร

การเสพติดศัลยกรรมคือความรู้สึกไม่พึงพอใจในตนเองและคิดว่าเรื่องรูปลักษณ์สามารถเติมเต็มความรู้สึกขาดหายภายในจิตใจของตนเอง เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงไปทำศัลยกรรมซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่ไม่สามารถหา ‘จุดพอใจ’ นั้นได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งคนที่เคยทำศัลยกรรมแล้ว แล้วรู้สึกพอใจกับการผ่าตัดของแพทย์มาก และรู้สึกว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้ จึงเกิดความหมกมุ่นและไปทำสิ่งนั้นซ้ำๆ เพราะรู้สึกว่าที่เป็นอยู่นั้นยังดีไม่พอ หรือสามารถดีขึ้นได้อีก

 

การเสพติดศัลยกรรมจึงเป็นเรื่องที่ชี้วัดค่อนข้างลำบาก เพราะไม่ได้หมายความว่าทำจำนวนครั้งเยอะแล้วจะต้องเสพติดเสมอไป บางคนทำตาแล้วพอใจจึงไปทำหน้าอก ทำหน้าอกพอใจแล้วไปฉีดก้น ฉีดก้นแล้วพอใจก็กลับมาทำจมูก โดยไม่มีความรู้สึกหมกมุ่น และเจอ ‘จุดพอใจ’ ในทุกครั้งที่ทำ คนคนนี้ก็อาจไม่ได้มีอาการเสพติดศัลยกรรมก็ได้

 

ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจจะทำจมูกแค่ครั้งเดียว แต่รู้สึกว่าที่ทำนั้นยังดีไม่พอ เลยเปลี่ยนแพทย์และไปทำครั้งที่สอง ก็ยังรู้สึกไม่พอใจอีก เริ่มมีความกังวลว่าจมูกของตัวเองมีความผิดปกติเลยทำให้ตัวเองไม่สวยอยู่ตลอดเวลา เริ่มย้ำคิดย้ำทำและหาโปรโมชันของสถาบันเสริมความงามอยู่เรื่อยๆ คนคนนี้ก็อาจมีสิทธิ์เสพติดศัลยกรรมก็ได้ แม้ว่าจะทำแค่เพียงจมูกอย่างเดียว

 

เพราะฉะนั้นจุดชี้วัดของอาการเสพติดศัลยกรรมจึงไม่ใช่จำนวนครั้ง หรือไม่ใช่จำนวนของอวัยวะที่ทำ แต่เป็นการหา ‘จุดพอใจ’ ไม่เจอต่างหาก

ในเมื่อการวินิจฉัยอาการเสพติดศัลยกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราไม่สามารถตัดสินกันได้ง่ายๆ แม้ยังไม่มีการบัญญัติว่าการเสพติดศัลยกรรมเป็นโรคอย่างเป็นทางการ แต่การพบจิตแพทย์ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแพทย์จะช่วยหาสาเหตุของความไม่พอใจนั้น แล้วค่อยๆ แก้ไขกันไปทีละเปลาะ จิตแพทย์อาจทำงานร่วมกับนักจิตบำบัดที่จะคอยช่วยหาความรู้สึกไม่ถูกเติมเต็ม และเมื่อค้นเจอสาเหตุเราก็จะมีทางเลือกใหม่ๆ ที่จะทำให้เรารู้สึก ‘เต็ม’ โดยไม่ต้องพึ่งพาความงามด้านกายภาพเพียงอย่างเดียว

 

หากรู้ว่าเริ่มหมกมุ่นควรบอกตัวเองอย่างไร

โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ทุกคนจะมีรูปลักษณ์ที่อยากเห็น มี Body Concept ที่อยากเป็น การทำศัลยกรรมจึงเป็นวิธีทางหนึ่งที่จะทำให้เราได้เข้าใกล้รูปลักษณ์ที่เราต้องการ แต่บางครั้งที่เราหมกมุ่นอยู่กับรูปลักษณ์ที่ปรารถนามากเกินไป อาจนำพาให้เราต้องเสียเงินและเจ็บตัวจากการทำศัลยกรรมอย่างไม่จบสิ้น ฉะนั้นสำหรับคนที่เริ่มรู้ตัวและอยากให้ตัวเองถอยออกมาจากความย้ำคิดย้ำทำนั้น ลองบอกตัวเองด้วยแนวคิดว่า

 

1. ความสวยงามเป็นเรื่องของเทรนด์

ถ้าลองสังเกต ความงามจะเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยุคหนึ่งอาจเห็นว่าคนหน้าไทยคมเข้มเป็นคนสวย อีกยุคคนหน้าหมวยอาจเป็นที่ได้รับความนิยม หรือคนหน้าเฉี่ยวเก๋ก็อาจเป็นความงามได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องพึ่งพายุคสมัยที่มากำหนดความงาม แสดงว่าเราไม่มีความแข็งแกร่งข้างในหรือไม่มีความพึงพอใจในตัวเอง ลองหันมามองตัวเองด้วยความเป็นธรรม เราอาจค้นพบข้อดีหรือจุดแข็งของเรามากกว่าการหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เราไม่พอใจก็ได้

 

2. ความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมอาจไม่ใช่เรื่องลึกซึ้งถาวร

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าหลังจากทำศัลยกรรมแล้วเริ่มเข้าที่ คนคนหนึ่งสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเป็นอีกคนที่พอใจจนสามารถเกิดความสุขขึ้นได้ ความสุขนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ใช่ความสุขที่คงทนถาวรเสมอไป เพราะวันหนึ่งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับอวัยวะนั้นๆ ความสุขก็อาจเปลี่ยนเป็นความทุกข์ได้ในทันที ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องเชยๆ แต่ความสุขที่แท้จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

 

3. ความสุข ความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอวัยวะเพียงอย่างเดียว

จริงอยู่ที่เราอาจรู้สึกว่าบางคนที่ไปทำศัลยกรรมจนสวยแล้วได้รับคำชื่นชม ประสบความสำเร็จด้านความรัก บุคลิกดีขึ้นจากหน้าที่การงาน แต่อย่าลืมว่าศัลยกรรมนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนคนนั้นได้ในสิ่งที่ต้องการได้ อาจต้องพึ่งพามิติอื่นทั้งความรู้ ความสามารถ จนเมื่อประกอบกันแล้วเขาจึงเหมาะสมที่จะได้สิ่งนั้นๆ เพราะมนุษย์เราไม่สามารถตั้งอยู่ได้ด้วยความสวยงามของอวัยวะเพียงอย่างเดียว

 

การทำศัลยกรรมจึงเป็นเรื่องชอบธรรมที่จะทำ แต่ก่อนจะทำลองสำรวจตัวเองดีๆ สักนิดว่าเราทำเพราะเรารู้สึกบกพร่องภายในจิตใจหรือเปล่า สิ่งนั้นสามารถเติมเต็มได้ด้วยความสวยงามเพียงอย่างเดียวไหม บางครั้งเมื่อพบคำตอบ เราอาจรู้ตัวเองว่านอกจากกายภาพที่ต้องศัลยกรรมแล้ว จิตใจก็ต้องได้รับการบำรุงดูแลให้สวยงามเช่นเดียวกัน

 


 

Credits

The Hosts ปอนด์ ยาคอปเซ่น

ดุจดาว วัฒนปกรณ์

 

Show Creator อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Producer & Editor อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

Music Westonemusic.com

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US