‘เซิร์ฟ’ หรือ กระดานโต้คลื่น อาจยังไม่ใช่กีฬาที่ได้รับความสนใจมากนักในเมืองไทย แต่สำหรับ อิสซี่-อิสเบล เฟ ฮิค ทะเลและเกลียวคลื่นคือพื้นที่ที่เธอเติบโตมาพร้อมกับความฝันที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน
PLAYER Profile: อิสซี่-อิสเบล เฟ ฮิค
นักโต้คลื่นดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลียคนนี้กำลังสร้างชื่อให้ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ หลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญรางวัลระดับเอเชีย และกำลังมุ่งหน้าสู่เอเชียนเกมส์ในสีเสื้อทีมชาติไทย
เบื้องหลังเส้นทางของเธอไม่ได้มีเพียงความรักในเกลียวคลื่น แต่ยังมี ‘สัญญาใจ’ ที่ให้ไว้กับคุณยาย และความฝันที่ไกลถึงโอลิมปิก
THE STANDARD SPORT ชวนทำความรู้จัก อิสซี่ ผ่านเรื่องราวของเกลียวคลื่น บทเรียนจากความพ่ายแพ้ ความภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ และความฝันที่เธออยากพาไปให้ถึงโอลิมปิก
จากเกลียวคลื่นสู่ ‘สัญญาใจ’ ที่ให้ไว้กับคุณยาย
จุดเริ่มต้นของอิสซี่ไม่ได้มาพร้อมพรสวรรค์ที่โดดเด่นตั้งแต่วันแรก
เธอเริ่มเล่นเซิร์ฟบริเวณหน้าบ้านในออสเตรเลีย เพียงเพราะเห็นคนอื่นเล่นแล้วรู้สึกว่า “โคตรเท่” ก่อนจะเอ่ยปากขอลองกับพ่อแม่
“ตอนเริ่มแรกๆ หนูไม่ได้เก่งเลย โดนคลื่นซัดล้มเกือบทุกลูก แต่หนูคิดว่ามันสนุกก็เลยเล่นต่อ หนูรักกีฬาเซิร์ฟเพราะมันได้อยู่กับทะเล ได้อยู่ในสนามแข่งที่เป็นชายหาด มันช่วยให้เราใจเย็น สงบ ผ่อนคลาย และดีใจทุกครั้งที่ได้อยู่ในน้ำ”
จากความสนุกในวันนั้น ค่อยๆ กลายเป็นความรัก และความรักก็พาเธอเดินมาไกลจนถึงการสวมเสื้อทีมชาติไทย
แต่สิ่งที่ทำให้การรับใช้ชาติของอิสซี่มีความหมายมากกว่าการลงแข่งขัน คือคำสัญญาที่เธอเคยให้ไว้กับผู้หญิงคนสำคัญในชีวิต
“หนูสัญญากับคุณยายไว้ว่า ถ้าหนูจะเป็นนักกีฬาหรือเป็นตัวแทนลงแข่งขันอะไรก็ตาม หนูจะลงเล่นในนามทีมชาติไทยและจะทำเพื่อคุณยาย”
คำพูดนั้นอาจฟังดูเรียบง่ายในวันที่เอ่ยออกมา แต่สำหรับเด็กหญิงคนหนึ่ง มันกลายเป็นแรงผลักดันที่พาเธอเดินทางกลับมาสู่บ้านเกิด และสวมเสื้อทีมชาติไทยอย่างที่เคยสัญญาไว้
วันนี้ อิสซี่กำลังทำตามคำมั่นนั้นทีละก้าว และทุกครั้งที่เธอลงสนาม สิ่งหนึ่งที่เธออยากทำให้ได้ไม่แพ้ชัยชนะ คือการทำให้คุณยายภูมิใจ
ความสำเร็จระดับเอเชีย และบทเรียนที่มีค่าจากเกลียวคลื่น
ความทุ่มเทค่อยๆ พาอิสซี่ไปไกลกว่าที่เธอเคยคิด
ในการแข่งขัน Asian Surfing Championships 2025 ที่ประเทศอินเดีย เธอสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญรางวัลในเวทีระดับเอเชีย หลังคว้าเหรียญทองแดงมาครอง
“ตอนนั้นตื่นเต้นและตกใจมาก เพราะไม่เคยทำคะแนนได้ดีขนาดนี้มาก่อน พอทำได้ก็ภูมิใจในตัวเองมาก มีทั้งครอบครัวและเพื่อนๆ อยู่ตรงนั้นด้วย”
และคนที่เธออยากบอกข่าวเป็นคนแรกๆ ก็คือคุณยาย
“พอกดโทรศัพท์หาคุณยาย แกบอกว่าภูมิใจมาก ไม่คิดว่าหนูจะได้แชมป์จริงๆ จนต้องถ่ายรูปส่งไปให้ดูเพิ่ม”
เหรียญทองแดงเหรียญนั้นจึงมีความหมายมากกว่าผลงานในสนาม เพราะมันคืออีกหนึ่งคำตอบของสัญญาที่เธอเคยให้ไว้
แต่สิ่งที่อิสซี่ได้จากเซิร์ฟไม่ได้มีเพียงเหรียญรางวัล
เธอเรียนรู้ว่าการโต้คลื่นไม่ใช่กีฬาที่เราสามารถควบคุมทุกอย่างได้ เพราะคู่แข่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่คนที่อยู่บนบอร์ดข้างๆ แต่คือธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า
“เซิร์ฟสอนหนูเยอะมาก ไม่ว่าแพ้หรือชนะ สุดท้ายมันไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโลก มันดีถ้าเราทำได้ดี แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่เราเรียนรู้จากการแพ้ได้มากกว่าการชนะ”
“เซิร์ฟสอนให้หนูเป็นคนใจเย็น มองทุกอย่างให้เป็นโอกาสที่จะพัฒนา และสอนให้เราเข้าใจธรรมชาติอย่างมาก เพราะสนามแข่งของเราคือธรรมชาติ”
บางวันคลื่นอาจเป็นใจ บางวันอาจไม่เป็นอย่างที่คิด แต่สิ่งที่ทำได้คือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และปรับตัวให้ดีที่สุด
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้อิสซี่ไม่ได้มองความพ่ายแพ้เป็นจุดจบ แต่เป็นอีกหนึ่งคลื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และทิ้งบทเรียนบางอย่างไว้ให้เธอเติบโตขึ้น
กลับบ้านเพื่อทีมชาติ และความฝันที่ไกลถึงโอลิมปิก
แม้ปัจจุบันอิสซี่จะใช้ชีวิตและฝึกซ้อมอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นหลัก แต่ทุกปีเธอยังคงหาเวลาเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อคัดตัวเข้าทีมชาติไทย แวะไปหาคุณยายที่ภูเก็ต รวมถึงลงซ้อมที่หาดกะตะและเขาหลัก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์
การฝึกซ้อมในออสเตรเลียทำให้เธอได้เจอกับคลื่นที่มีความแรงและหลากหลาย ขณะที่การได้สัมผัสคลื่นสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งมีบางส่วนใกล้เคียงกับประเทศไทย ก็ช่วยให้เธอเรียนรู้วิธีปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำที่แตกต่างกัน
ระหว่างเส้นทางนี้ อิสซี่มีนักโต้คลื่นระดับโลกอย่าง จอน จอน ฟลอเรนซ์ (John John Florence) และ จอร์ดี้ สมิธ (Jordy Smith) เป็นแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะเรื่องทัศนคติที่มีต่อการแข่งขันและกีฬา
ขณะที่เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เป้าหมายของเธอไม่ได้เริ่มต้นจากการกดดันตัวเองว่าต้องกลับมาพร้อมเหรียญทอง แต่คือการพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดและทำสิ่งที่ทำได้ให้เต็มที่ที่สุด
“เป้าหมายของหนูคือแค่อยากทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่ถ้าได้เหรียญทองเลยมันคงจะยอดเยี่ยมมาก และฝันอยากจะไปโอลิมปิก หนูตื่นเต้นเสมอที่จะได้ลงแข่งมหกรรมกีฬาต่างๆ ในนามคนไทย”
คำว่า ‘ในนามคนไทย’ ยังคงมีความหมายกับอิสซี่เสมอ
เพราะไม่ว่าจะเติบโตที่ไหน หรือฝึกซ้อมอยู่ไกลจากบ้านเพียงใด เมื่อถึงวันที่ต้องลงแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ เธอยังคงเลือกกลับมาสวมเสื้อทีมชาติไทย
เพราะทุกครั้งที่เธอกลับมายืนบนบอร์ด ไม่ได้มีเพียงความฝันของตัวเองที่กำลังเดินทางไปข้างหน้า
แต่ยังมีสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณยาย และธงชาติไทยที่เธออยากพาไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
คู่แข่งสำคัญ
กีฬากระดานโต้คลื่น (Surfing) ได้รับบรรจุเข้าชิงชัยในมหกรรมกีฬาครั้งแรกในโอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมต่อเนื่องจนถึงโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส ล่าสุด กีฬาชนิดนี้กำลังจะถูกบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการบรรจุเข้าแข่งขันในเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นโต้โผสำคัญในการผลักดันอีกเช่นเคย
การล่าเหรียญรางวัลในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทัพเซิร์ฟไทยต้องเจอศึกหนักจากชาติต่างๆ ที่ขนนักกีฬาดีกรีระดับโลกมาร่วมชิงชัย นำโดย ญี่ปุ่นเจ้าภาพ ที่นอกจากกุมความได้เปรียบเรื่องความคุ้นเคยกับกระแสลมและแรงคลื่นในถิ่นตัวเองแล้ว พวกเขายังมีขุมกำลังระดับฮีโร่โอลิมปิกอย่าง Kanoa Igarashi (เจ้าของเหรียญเงินชอร์ตบอร์ดชาย) และ Amuro Tsuzuki (เจ้าของเหรียญทองแดงชอร์ตบอร์ดหญิง)
นอกจากนั้น จีน ก็เป็นอีกหนึ่งชาติที่ประมาทไม่ได้ นำทัพโดย Yang Siqi นักโต้คลื่นประวัติศาสตร์คนแรกของจีนที่เข้าร่วมโอลิมปิก พ่วงดีกรีแชมป์เอเชีย 2026 และ Jin Shuhan รองแชมป์เอเชียในปีเดียวกัน ซึ่งทั้งคู่เพิ่งโชว์ฟอร์มเฉือนเอาชนะ อิสเบล เฟ ฮิค ของไทยมาสดๆ ร้อนๆ
เซิร์ฟ แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
‘เซิร์ฟ’ หรือ กระดานโต้คลื่น ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 2 เหรียญทอง แข่งขันระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน ที่แปซิฟิก ลองบีช ในเมืองทาฮาระ จ.ไอจิ
สมาคมกีฬาเซิร์ฟ ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย ประเภทชอร์ตบอร์ดชาย ณัฐกร แซ่เอี่ยว และ ติณณ์ จอห์นสัน ส่วนประเภทชอร์ตบอร์ดหญิง อิสเบล เฟ ฮิค และ แอนนิสซา ฐิตา ฟลิน โดยมี พงศกร เพ็ญนวลออง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน
ด้านสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย ไม่รอช้า ประกาศรายชื่อ 4 นักกีฬาทีมชาติไทย ตัวแทนความหวัง พร้อมลุยคลื่นระดับเอเชีย ภายใต้การนำทัพของ พงศกร เพ็ญนวลออง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วย
ประเภทชอร์ตบอร์ดชาย: ณัฐกร แซ่เอี่ยว และ ติณณ์ จอห์นสัน
ประเภทชอร์ตบอร์ดหญิง: อิสเบล เฟ ฮิค และ แอนนิสซา ฐิตา ฟลิน
แม้จะต้องเจอกับคู่แข่งที่มีประสบการณ์บนเวทีนานาชาติที่แตกต่าง แต่ด้วยสถานะของสมาคมฯ ที่เพิ่งตั้งไข่และจดทะเบียนอย่างเป็นทางการได้เพียง 3 เดือน ทำให้เป้าหมายหลักในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ทัพเซิร์ฟไทยจึงมุ่งเน้นไปที่การ “ทำผลงานให้ดีที่สุด” เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ล้ำค่าในเวทีระดับเมגาสปอร์ต นำกลับมาต่อยอดและพัฒนาวงการเซิร์ฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


