เทควันโดคือหนึ่งในกีฬาความหวังเหรียญทองของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น หลังนักกีฬาไทยสร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
PLAYER Profile: บัลลังก์ ทับทิมแดง
แต่สำหรับ หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง การกลับมาลงสนามในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้มีความหมายแตกต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง จากดาวรุ่งที่ลงแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกในฐานะผู้ไล่ล่าความสำเร็จ สู่การกลับมาในฐานะแชมป์เก่า เจ้าของแชมป์โลก และหนึ่งในความหวังสูงสุดของทีมชาติไทย
สถานะที่เปลี่ยนไปมาพร้อมกับสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือความคาดหวัง
THE STANDARD SPORT มีโอกาสพูดคุยกับบัลลังก์ถึงการเปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ ตั้งแต่วันที่ความมั่นใจถูกสั่นคลอนจากความคิดของตัวเอง ไปจนถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความกดดัน กลับมาเชื่อมั่นในตัวเอง และเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นพลัง ก่อนก้าวขึ้นสู่เวทีเอเชียนเกมส์
เมื่อผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า
ในเอเชียนเกมส์ 2023 ที่หางโจว บัลลังก์เป็นหนึ่งในดาวรุ่งของทีมเทควันโดไทย เขาเดินทางไปแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับทวีปเป็นครั้งแรก โดยมีรุ่นพี่อย่าง เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เป็นผู้นำทีม
แต่การเปิดตัวในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของบัลลังก์กลับสร้างเซอร์ไพรส์คว้าเหรียญทอง หลังเอาชนะคู่แข่งในรุ่น 63 กิโลกรัมชาย พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักคนสำคัญของทีมชาติไทยในทันที
“เอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้ว (2023) ในทีมมีพี่เทนนิสเป็นคนนำทัพ ผมเป็นน้องในทีมไปแข่งครั้งแรก แต่ครั้งนี้ผมได้กลายเป็นคนนำทีมแล้ว ซึ่งคู่แข่งทุกคนก็เริ่มรู้จักผมมากขึ้น”
เมื่อชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือการถูกคู่แข่งศึกษาวิธีการเล่นอย่างละเอียดมากขึ้นเช่นกัน ในโอลิมปิก 2024 บัลลังก์ไปได้ไกลเพียงรอบ 16 คนสุดท้าย ก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2025
แต่การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกก็มาพร้อมกับชื่อเสียงและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย บัลลังก์ยอมรับว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความคิดว่าคู่แข่งเริ่มจับทางและอ่านเกมการออกอาวุธของเขาได้ กลายเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นอย่างชัดเจน
“ผมคิดว่าเพราะคู่แข่งรู้ทางผมหมดแล้ว พอคิดแบบนั้นมันทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้ผมทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ทั้งในการซ้อมและตอนแข่ง”
จากความมั่นใจที่เคยมี เริ่มกลายเป็นความประหม่าและกังวล จนบางครั้งส่งผลให้เขาต้องหยุดเส้นทางการแข่งขันเร็วกว่าที่คาดหวัง โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา บัลลังก์ ตกรอบ 16 คน ใน 2 รายการใหญ่
แต่ในที่สุดบัลลังก์ก็พบว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คู่แข่งรู้ทางเขามากขึ้น หากแต่อยู่ที่ตัวเขาเองกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากเกินไป
“พอปรับความคิด กลับมารู้จักตัวเองมากขึ้น เพิ่มศักยภาพ พัฒนาด้านร่างกายและจิตใจ เตรียมตัวให้ดี คิดว่าทำให้ดีที่สุดไว้ก่อน ในสนามผลงานมันจะออกมาดีเอง”
ปลดล็อก Mindset ปลดล็อกความกลัว
ช่วงเวลาหนึ่งในเส้นทางอาชีพของบัลลังก์ไม่ได้มีแต่ชัยชนะ
เขาเคยตกรอบ 16 คนสุดท้าย หรือตกรอบ 8 คนสุดท้ายในรายการต่างๆ ซึ่งผลการแข่งขันเหล่านั้นส่งผลต่อความรู้สึกและความมั่นใจของเขาไม่น้อย
“มันเริ่มรู้สึกประหม่า แล้วก็มาตกรอบ 16 คนบ้าง รอบ 8 คนบ้าง ผมก็เสียใจ แต่พอกลับมาคิดว่าที่เราแพ้ในวันนั้น ไม่ได้แปลว่าอนาคตเราจะแพ้ตลอด ก็เลยกลับมาสู้ต่อ เพราะอนาคตยังอีกยาวไกล”
การยอมรับความพ่ายแพ้และเดินหน้าต่ออาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับนักกีฬาที่กำลังเผชิญแรงกดดัน มันคือกระบวนการสำคัญในการสร้างความมั่นใจกลับคืนมา บัลลังก์เลือกที่จะปรึกษา ‘อาจารย์ปลา’ ผศ.ดร.วิมลมาศ ประชากุล นักจิตวิทยาการกีฬา และให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจไม่ต่างจากการฝึกซ้อมร่างกาย
หนึ่งในสิ่งที่เขาได้รับการแนะนำคือการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดล่วงหน้าถึงผลการแข่งขัน และไม่ปล่อยให้ความกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเข้ามาควบคุมตัวเอง
“อาจารย์จะย้ำเสมอว่าให้ผมพยายามอยู่กับปัจจุบัน อย่าไปคิดถึงผลลัพธ์ ให้อยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า”
เขาจึงสร้างประโยคหนึ่งขึ้นมาเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมา
“ผมชอบคิดในใจว่า บัลลังก์คือคนที่มั่นใจในตัวเอง พยายามเรียกสติกลับมาทำทุกอย่างเต็มที่ มันคือทริกที่นักกีฬาระดับโลกเขาใช้ ซึ่งผมนำมาปรับใช้กับตัวเอง”
เปิดทางสู่เป้าหมายใหญ่ข้างหน้า
เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของบัลลังก์ เพราะกติกาของการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อน ทั้งการยกเลิกสิทธิ์การขอชาเลนจ์ จะไม่มีสิทธิ์ขอใช้ภาพช้าหรือกดปุ่มประท้วง กรณีที่นักกีฬาเตะเข้าเป้า (โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ) แล้วแต้มไม่ขึ้น ทำให้นักกีฬาต้องเพิ่มความแม่นยำในการออกอาวุธ
แต่สำหรับแชมป์เก่า สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่
หยูบอกอย่างมั่นใจว่า “แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนกติกา แต่ผมก็ได้ลองและลงทำการแข่งขันมาบ้างแล้ว เชื่อมั่นว่ายังมีเวลาในการปรับตัว เพราะทุกอย่างมีเวลาของมันเอง และจะทำให้เต็มที่”
เมื่อถามถึงเป้าหมายในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ บัลลังก์ไม่ได้ปฏิเสธความคาดหวังที่อยู่บนบ่าของเขา
“ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้เหรียญ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็จะทำให้เต็มที่”
“เป้าหมายใหญ่ของผมคือการทำเพื่อประเทศไทย ทั้งคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ให้ได้เหมือนกับรุ่นพี่ที่ฝากผลงานไว้ดีมากมาย และหากมองให้ไกลถึงอนาคตข้างหน้า ผมอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ จะรู้สึกดีมากๆ เหมือนกับพี่เทนนิสที่เป็นไอดอลของผม”
ดังนั้น การป้องกันแชมป์เอเชียนเกมส์ 2026 ของบัลลังก์จึงอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของเหรียญทอง หากแต่เป็นบททดสอบของนักกีฬาคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้วิธีรับมือกับบทบาทใหม่ในฐานะแชมป์
ขณะเดียวกันสิ่งที่บัลลังก์ต้องเอาชนะจึงไม่ใช่เพียงคู่แข่งที่อยู่ตรงหน้า แต่รวมถึงความกดดันและความคิดในใจของตัวเอง หากเขาสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นพลัง และนำความมั่นใจกลับมาใช้เป็นอาวุธในสนามได้ การกลับมาป้องกันแชมป์ครั้งนี้ก็อาจมีความหมายมากกว่าเหรียญทองอีกหนึ่งเหรียญ
คู่แข่งสำคัญ
หยู-บัลลังก์จะลงแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งที่ 2 แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาจะลงสนามในฐานะความหวังสูงสุดของทีมชาติไทย โดยผลงานของบัลลังก์กำลังอยู่ในช่วงที่ยอดเยี่ยม
นับตั้งแต่หลังจบโอลิมปิก 2024 บัลลังก์ลงแข่งขันในรุ่น 68 กิโลกรัมชาย คว้าแชมป์ได้ถึง 6 รายการ และคว้าเหรียญทองแดงอีก 2 รายการ
ส่วนในปี 2026 เขาคว้าแชมป์มาแล้ว 1 รายการ จากศึกเตอร์กิช โอเพ่น 2026 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
สำหรับคู่แข่งสำคัญในรุ่นนี้มาจากเกาหลีใต้และอุซเบกิสถาน แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าแต่ละชาติจะส่งใครลงแข่งขัน แต่จากข้อมูลของ TaekwondoData คาดว่า Seong Yu-hyeon จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอดีตคู่ชิงของบัลลังก์ในศึกชิงแชมป์โลก 2025 รวมถึง Diyorbek Tukhliboev จากอุซเบกิสถาน รองแชมป์เอเชีย 2026 จะเป็นสองคู่แข่งที่น่าจับตามอง
เทควันโด แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง
เทควันโดในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 11 เหรียญทอง แบ่งเป็นประเภทต่อสู้ 8 เหรียญทอง, พุมเซ่ 2 เหรียญทอง และ เทควันโดเสมือนจริง 1 เหรียญทอง แข่งขันที่โทโยฮาชิ ยิมเนเซียม ซึ่งเป็นสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ในเมืองโทโยฮาชิ จ. ไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม
สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วม 10 คน ดังนี้
ประเภทต่อสู้: 8 คน ชาย 4 คน และหญิง 4 คน
รุ่น 58 กก. ชาย สิรวิชญ์ มะหะหมัด
รุ่น 68 กก. ชาย บัลลังก์ ทับทิมแดง
รุ่น 80 กก. ชาย กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุ
รุ่นมากกว่า 87 กก. ชาย แจ็ค วูดี้ เมอร์เซอร์
รุ่น 49 กก. หญิง พัชรกัญน์ พูลเกิด
รุ่น 57 กก. หญิง ณัฐกมล วาสนา
รุ่น 67 กก. หญิง ศศิกานต์ ทองจันทร์
รุ่นมากกว่า 67 กก. หญิง กัญจ์ณาลักษณ์ ชื่นชูกลิ่น
ประเภทพุมเซ่ (ท่ารำ) 2 คน
ประเภทเดี่ยวชาย: นาวิน ปินฑะสูตร และประเภทเดี่ยวหญิง: ฐิตารีย์ แก้วโอฬารวสุ
เทควันโดเสมือนจริง 1 คน ได้แก่ ศศิกานต์ ทองจันทร์
สำหรับผลงานของทัพเทควันโดไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ทำได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง โดยได้เหรียญทองจาก เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ตำนานจอมเตะไทยที่เลิกเล่นไปแล้ว กับ บัลลังก์ ทับทิมแดง คว้าเหรียญทองได้จากรุ่น 63 กก. ชาย
ส่วนความคาดหวังในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เทควันโดไทยตั้งเป้า 1 เหรียญทองจากประเภทต่อสู้ และ 1 เหรียญทองแดงจากประเภทพุมเซ่ โดยความหวังสูงสุดอยู่ที่ บัลลังก์ เจ้าของแชมป์โลก 2025 และแชมป์เอเชียนเกมส์จากครั้งที่ผ่านมา


