Menu
233511

เพื่อไทยออกแถลงการณ์ แจงละเอียดสูตรคิด ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ตามกฎหมาย ชี้พรรคที่ได้ไม่ถึง 71,065 คะแนน ไม่มีสิทธิได้ที่นั่ง

โดย THE STANDARD TEAM
10.04.2019
  • LOADING...
  • Loading...

วันนี้ (10 เม.ย.) พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์กรณีปัญหาการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์) หลัง กกต. ระบุว่า ยึดวิธีคำนวณตามวิธีที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเบื้องต้นจะมีพรรคการเมืองที่ได้รับจัดสรร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ไม่น้อยกว่า 25 พรรค นั่นหมายความว่า พรรคขนาดเล็กที่มีคะแนน (อย่างไม่เป็นทางการ) ตั้งแต่ 30,000 แต่ไม่ถึง 70,000 คะแนน จะได้ที่นั่ง ส.ส. ด้วย

 

โดยพรรคเพื่อไทยระบุว่า การจัดสรรดังกล่าวจะขัดกฎหมาย พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 128 โดยเฉพาะ (2) ซึ่งกำหนดให้การจัดสรร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ต้องไม่มีผลให้พรรคนั้นมี ส.ส. เกินจำนวนที่พึงมี สำหรับรายละเอียดแถลงการณ์ฉบับเต็มมีดังนี้

 

คำแถลงพรรคเพื่อไทย

กรณีปัญหาการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ

 

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เผยแพร่ข่าวสารอ้างว่า กกต. ได้เห็นชอบวิธีการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามที่สำนักงาน กกต. ได้เสนอ โดยอ้างว่า เป็นวิธีที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งเป็นวิธีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 128 และมาตรา 129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลจากการคำนวณตามวิธีการดังกล่าวทำให้มีพรรคการเมืองได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรค ซึ่งรวมถึงพรรคที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคนด้วยนั้น

 

พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การนำวิธีการคำนวณดังกล่าวมาใช้จะเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 และยังขัดต่อหลักตรรกวิทยาด้วย ดังเหตุผลต่อไปนี้

 

1. การที่พรรคการเมืองใดจะได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองนั้นต้องได้รับคะแนนไม่ต่ำกว่าจำนวนคะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคน เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (1) และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (1) ให้ความสำคัญต่อทุกคะแนนเสียง จึงให้นำทุกคะแนนที่ลงให้กับทุกพรรคการเมืองมารวมกันแล้วหารด้วย 500 คือ จำนวน ส.ส. ทั้งหมด เพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน ซึ่งจากคะแนนรวมของทุกพรรค 35,532,647 คะแนน หารด้วย 500 ผลลัพธ์คือ 71,065 คะแนน ซึ่งตัวเลขนี้จะเป็นตัวกำหนด ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรคด้วย จึงเห็นได้ว่า หลักการที่ว่า ทุกคะแนนเสียงมีค่าและไม่เป็นคะแนนตกน้ำนั้น ได้นำมาใช้ในการคิดคำนวณในส่วนนี้แล้ว

 

2. จำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมีนั้นต้องยึดจำนวนตามที่คำนวณได้เป็นเกณฑ์ จะนำไปเฉลี่ยให้กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนน มิได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (2) และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (2) ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับจากทุกเขตเลือกตั้งหารด้วยคะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคน (71,065) ผลลัพธ์คือ จำนวน ส.ส. ที่พรรคนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น และเมื่อนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปลบด้วยจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคนั้น ผลลัพธ์คือ จำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคนั้นจะได้รับเบื้องต้นตามมาตรา 128 (3) จะเห็นได้ว่า จำนวน ส.ส. ที่พึงมีของแต่ละพรรคก็ดี หรือจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับเบื้องต้นก็ดี ล้วนมีฐานมาจากที่พรรคนั้นต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคน (71,065 คะแนน) ทั้งสิ้น

 

3. พรรคการเมืองใดที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส. หนึ่งคน คือต่ำกว่า 71,065 คะแนน ซึ่งไม่มีจำนวน ส.ส. ที่พึงมี และไม่มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเบื้องต้นตามมาตรา 128 (3) ก็ย่อมไม่มีสิทธิได้รับจัดสรรจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (4) เพราะตามมาตรา 128 (4) ให้จัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อให้เฉพาะกับพรรคที่มีสิทธิจะได้รับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (3) เท่านั้น โดยให้จัดสรรเป็นจำนวนเต็มก่อน ถ้ายังไม่ครบ 150 คน จึงไปพิจารณาว่าพรรคใดมีเศษจากการคำนวณมากกว่ากัน ดังนั้น เมื่อพรรคใดไม่มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเบื้องต้น ก็ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรดังกล่าว และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจากทุกพรรคที่มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ 71,065 คะแนนขึ้นไป มีจำนวน 152 คน เกินมา 2 คน จึงไม่ต้องไปพิจารณาเรื่องเศษจากการคำนวณ และไม่ต้องไปพิจารณาตามมาตรา 128 (6) ด้วยเช่นกัน

 

4. พรรคที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (5) แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเป็นพรรคที่มี ส.ส. พึงมีเสียก่อน เนื่องจากการคำนวณตามมาตรา 128 (5) ต้องพิจารณาตามมาตรา 128 (2) เป็นหลักโดยจัดสรรภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

 

(1) ถ้าพรรคนั้นมี ส.ส. เขตเท่ากับหรือสูงกว่าจำนวน ส.ส. ที่พรรคนั้นพึงมีตามมาตรา 128 (2) ให้พรรคนั้นมี ส.ส. ตามจำนวนที่ได้รับจาก ส.ส. แบบแบ่งเขต และไม่มีสิทธิได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

 

(2) ให้นำ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไปจัดสรรให้แก่พรรคที่มี ส.ส. แบบแบ่งเขตต่ำกว่าจำนวน ส.ส. ที่พรรคนั้นจะพึงมีตามมาตรา 128 (2)

 

(3) การจัดสรรข้างต้นต้องไม่มีผลให้พรรคนั้นมี ส.ส. เกินจำนวนที่พึงมีตามมาตรา 128 (2)

 

ดังนั้น ถ้าพรรคการเมืองใดไม่มี ส.ส. ที่พึงมีตามมาตรา 128 (2) ตั้งแต่ต้นก็ไม่มีสิทธิได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (5) ได้

 

5. พรรคการเมืองที่มีคะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนน ซึ่งเป็นพรรคที่ไม่มี ส.ส. พึงมีตามมาตรา 128 (2) ไม่มีจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับเบื้องต้นตามมาตรา 128 (3) ซึ่งไม่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรแบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (4) และ (5) พรรคนั้นก็ย่อมไม่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 (7) เพราะพรรคเหล่านั้นไม่มีจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่จะได้รับมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีจำนวน ส.ส. ที่จะมาคูณกับจำนวน 150 และหารด้วยผลบวกของ 150 กับจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่เกิน 150 คนได้

ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ไม่มีช่องทางใดเลยที่พรรคซึ่งมีคะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนน จะได้รับจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้มีหนังสือลงวันที่ 10 เมษายน 2562 ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ทบทวนการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเสียใหม่ ให้ถูกต้อง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไปแล้ว

 

จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

พรรคเพื่อไทย

10 เมษายน 2562

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR