ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ‘โจ’ แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาชน ชี้แจงถึงกรณีนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทที่ชัยวัฒน์เคยนำเสนอ โดยระบุว่า ค่ารถไฟฟ้าควรเป็นไปตามระยะทาง ระหว่าง 8-45 บาท ซึ่งเราขับเคลื่อนกันมาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว
“เรามีการร่างกฎหมายเพื่อนำเสนอเรื่องค่าโดยสารร่วม ไม่ใช่เพียงตั๋วร่วม ที่ไม่เกิน 45 บาท หรือถ้าเดินน้อยและสั้นกว่านั้น ก็เป็นไปตามระยะทาง โดยเป็นตัวเลขที่เราศึกษากันมาตามจริง แม้จะมีการนำภาษีมาอุดหนุนบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะส่วนนี้ เราจะสามารถนําภาษีไปใช้สวัสดิการด้านอื่นได้
“ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เราคิดมาแล้วจากสภาพความเป็นจริง ที่ทําให้สมมุติฐานสมเหตุสมผลตามหลักการ” ชัยวัฒน์กล่าว
ชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า จะมีตั๋วร่วม ไม่ใช่แค่ตั๋วใบเดียว เช่น หากเดินทางหลายต่อ เช่น ต่อรถเมล์ต่อรถไฟฟ้า ต้องดูว่าขึ้นจากจุดไหนไปถึงอะไร ซึ่งผู้ให้บริการควรแบ่งกันเองได้ ว่าจะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร คนใช้จ่ายค่าแค่ครั้งเดียว ต้นทางไปปลายทาง
• มั่นใจประชาชนจำได้ แม้ไม่ติดป้ายหาเสียง
ชัยวัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่จะไม่ติดป้ายหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า เป็นความตั้งใจที่เราจะลดจํานวนป้ายหาเสียงลง ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้ง กทม. ครั้งนี้ เราคิดว่ากรุงเทพฯ เป็นสนามเลือกตั้ง ที่เราจะทําเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง
“ดังนั้น ผมจึงขอเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้แต่แรก เพราะต้องการให้กรุงเทพฯ ง่าย ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรุงเทพฯ เมืองควรจะต้องเป็นทางออก คําตอบให้กับคนเมือง ที่อยู่ในเมือง ไม่ใช่ภาระ ปัญหาให้กับคนเมือง จึงไม่ติดป้ายหาเสียงบนบนถนน เพราะอาจกีดขวางทางเดินเท้า และบดบังทาง จนเกิดอุบัติเหตุได้” ชัยวัฒน์กล่าว
นอกจากนี้ ชัยวัฒน์ยังเชื่อว่า เราสามารถสื่อสารถึงประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้อีกหลายช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะป้ายหาเสียง โดยหมายเลขประจำตัวของผู้ว่าฯ กทม. มีเบอร์เดียวทั้งกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ดังนั้น ผู้ที่รู้จักพรรคประชาชนและ โจ-ชัยวัฒน์ สามารถจำหน้า และจำหมายเลขของตนเองได้ อีกทั้งเรายังมีสื่ออีกหลายช่องทาง


