พรรคประชาชนเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ว่าด้วยกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำนวน 2 ฉบับเข้าสู่รัฐสภาในสัปดาห์นี้
ประเด็นสำคัญ
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคมีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 150 คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
พร้อมกำหนดกลไกป้องกันการผูกขาดอำนาจและไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในการชี้ขาดเนื้อหา เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย
จ่อยื่น 2 ฉบับ ภายใต้ 3 หลักการเดิม
การตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกัน 2 ฉบับ เป็นผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งพรรคประชาชนประเมินว่าได้สร้างข้อจำกัดที่อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
ทางพรรคจึงออกแบบร่างขึ้นมา 2 รูปแบบเพื่อให้รัฐสภาบรรจุวาระการพิจารณาอย่างน้อย 1 ฉบับในวาระที่ 1 โดยร่างทั้งสองฉบับยึดถือ 3 หลักการ ได้แก่ การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การป้องกันการผูกขาดอำนาจเพื่อให้เกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วน และการไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษแก่ สว. ในกระบวนการชี้ขาดเนื้อหา
ทั้งนี้ สส. ของพรรคจะประชุมเพื่อสรุปรายละเอียดและร่วมลงชื่อในวันอังคารนี้ (26 พฤษภาคม)
สำหรับโครงสร้างของ สสร. ตามร่างของพรรคประชาชน จะประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยแบ่งเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่และตัวแทนเชิงประเด็น กลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มสังคม ความแตกต่างของร่างทั้ง 2 ฉบับอยู่ที่กระบวนการรับรองหลังการเลือกตั้ง
- ฉบับที่ 1: รัฐสภาลงมติเห็นชอบรวดเดียว 150 คน ไม่เลือกแยก
ร่างฉบับแรกกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. จำนวน 150 คน และส่งรายชื่อทั้งหมดให้รัฐสภารับรองแบบ ‘ทั้งชุด’ โดยไม่สามารถคัดแยกรับรองรายบุคคลได้
หากรัฐสภาให้การรับรอง สมาชิกทั้ง 150 คนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันที แต่หากรัฐสภาไม่รับรอง จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
- ฉบับที่ 2: ประชาชนเลือก สสร. ให้รัฐสภาคัดเหลือครึ่งหนึ่ง
ส่วนร่างฉบับที่สองกำหนดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้สมัครจำนวน 300 คน แล้วส่งรายชื่อให้รัฐสภาคัดเลือก ‘เหลือ 150 คน’ ภายใต้กระบวนการที่ป้องกันการผูกขาดและคงความเป็นอิสระของ สสร. จากพรรคการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา
โดยรายละเอียดกลไกของร่างฉบับนี้จะมีการเปิดเผยในวันยื่นร่าง
ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง รัฐสภาเห็นชอบกึ่งหนึ่ง ไร้เงื่อนไขเสียง สว.
ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ สสร. จะมีกรอบระยะเวลาทำงานไม่เกิน 360 วัน และสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ถูกกระทบจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือการสิ้นสุดอายุของรัฐสภา
สสร. มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้เงื่อนไขห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบของรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 255
นอกจากนี้ สสร. ต้องจัดตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเข้ามาร่วมงานได้ และสามารถตั้งคณะกรรมาธิการชุดอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นของประชาชน
เมื่อกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น สสร. ต้องส่งร่างให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยต้องได้รับมติเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด
หากผ่านความเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะถูกนำไปสอบถามความเห็นประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติต่อไป
นอกจากการผลักดันร่างของตนเอง พรรคประชาชนได้ย้ำจุดยืนว่า สส. ของพรรคพร้อมร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองอื่นหรือสมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น เพื่อให้มีจำนวนรายชื่อเพียงพอต่อการยื่นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตราบใดที่ร่างเหล่านั้นมีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักการสำคัญที่พรรคได้วางไว้


