วันนี้ (10 กันยายน) ที่รัฐสภา รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ. ในวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โครงการ TH-AI Passport ว่า ได้เชิญ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) , พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงฯ ดีอี, คณะร่าง TOR, คณะพิจารณาผลการให้คะแนน, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาในโครงการนี้ แต่เข้าใจว่า ไม่มีใครมาเลย มาแค่คณะร่าง TOR ซึ่งตอนนี้ ธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ได้เลื่อนขั้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ
รักชนกกล่าวอีกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะ กมธ. ได้แจ้งกำหนดการเชิญเข้าร่วมประชุมผ่านหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านสื่อมวลชน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนติดตาม และปัจจุบันปัจจุบันนี้มีประชาชนเข้าไปลงทะเบียน และใช้โครงการแล้ว กมธ. จึงอยากติดตามความคืบหน้า ซึ่งเข้าใจว่า บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด เอง ก็สามารถไปร่วมคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) ซึ่งมีประธาน กมธ. เป็น สส.พรรคภูมิใจไทย และสามารถไปออกรายการตามสื่อต่างๆ ได้ แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่สามารถมาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการฯ ติดตามงบได้
ส่วนสาเหตุที่ไชยชนก และปลัดกระทรวงฯ ไม่สามารถมาชี้แจง กมธ.ในวันนี้ได้นั้น เข้าใจว่า ได้มีการทำหนังสือด่วนมาแจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ และไชยชนก ได้มอบปลัดฯ ส่วน ปลัดฯ ได้มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แทน
รักชนกกล่าวอีกว่า เข้าใจว่ายอดลงทะเบียนโครงการฯ ล่าสุดที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านคน ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1.48 ล้านคนเท่านั้น ส่วนยอด Active User ก็เป็นที่ถกเถียงกัน เพราะว่า ไม่มีการเปิดยอดให้ดูเป็นแบบเรียลไทม์ หรือเป็นรายวัน ซึ่งถ้าถามว่า โครงการนี้แป้ก หรือไม่แป้ก คิดว่า ประชาชนคงเห็นในความกังวลว่า หากลงทะเบียนไปแล้ว หรือใช้งานไปแล้ว ข้อมูลจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ หรือข้อมูลจะรั่วไหล จึงทำให้หลายๆ คน ไม่ได้ไว้วางใจในการใช้ และตัว AI เอง ก็ไม่ได้ตอบคำถามที่เกี่ยวกับการเมืองอย่างตรงไปตรงมา TH AI กลับสงวนความคิดเห็น ซึ่งความจริงหากใช้ AI ตัว Pro หรือฟรี แบบทั่วๆ ไป ก็สามารถที่จะตอบคำถามได้
เช่น การถามเรื่อง มาตรา 112, องคมนตรี, รัฐประหาร หรือเรื่องระบอบการเมืองการปกครอง หรือให้ AI สร้างภาพเกี่ยวกับข่าวที่เป็นข้อเท็จจริงก็ไม่สามารถทำได้ จึงตั้งคำถามว่า จริงๆ แล้ว โครงการนี้เป็นเหมือน Single Gateway หรือไม่ ที่รัฐบาลต้องการควบคุมพฤติกรรม หรือควบคุมความคิดของคนเพื่อให้เป็นไปในทิศทางใด ทิศทางหนึ่งหรือไม่
ส่วนกรณีที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ออกมาตอบโต้อินฟูลเอนเซอร์ กรณีให้ AI ตอบคำถามเป็นสีแล้วบอกว่า สว.สีน้ำเงิน ซึ่งอยากให้มีการกลั่นกรองก่อน ไม่เช่นนั้นอาจโง่ทันที รักชนกกล่าวว่า 2 คีย์เวิร์ด ที่จะทำให้เซ็นเซอร์ และกระดูกสันหลังของ สส. พรรคภูมิใจไทยทำงานทันที
คีย์เวิร์ดแรกคือ การโกง สว. หรือเป็นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับ กกต. สีน้ำเงิน, ป.ป.ช. สีน้ำเงิน, ระบอบสีน้ำเงิน, สว. สีน้ำเงิน หรือการฮั้ว การโกง สว. จะเป็นปุ่มให้กระดูกสันหลังทำงานทันที และอีกหนึ่งคีย์เวิร์ด คือ TH-AI Passport ซึ่งหากเจอเข้าไปทั้ง 2 คีย์เวิร์ด ก็รีบออกมาปกป้องลูกนาย แต่ว่า ประชาชนไม่ได้โง่ เขาก็สามารถมีวิจารณญาณของตัวเองในการพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ได้ และใครๆ ก็รู้ว่าการถาม สว.สีน้ำเงิน ที่เป็นคอนเทนต์ออกมา เป็นการปั่นกันเล่นๆ ของประชาชน
รักชนกกล่าวอีกว่า เหมือนเป็นคอนเทนต์ที่เอามาตลกกันขำๆ แต่ว่า คนที่ไม่ขำ อาจจะไปโดนเส้น จนทำให้ไม่สามารถควบคุมสติสตางค์ได้อย่างปกติได้ เพราะเป็นคีย์เวิร์ดที่ได้ยินเมื่อไหร่ เซ็นเซอร์ที่เป็นกระดูกสันหลังก็ทำงานเด้งมารับ และตอบโต้ทันที ซึ่งเป็นปกติที่ สส.พรรคภูมิใจไทยจะออกมาตอบโต้อะไรพวกนี้ และไม่แปลกใจ แต่ที่แปลกใจก็คือ เรื่องพวกนี้เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่พวกท่านกลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่


