เมืองพัทยายกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและมลพิษ จากเดิมที่พึ่งพาสถานีตรวจวัดประจำจุด สู่การลงพื้นที่เชิงรุกด้วยการนำ “สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและระดับเสียงชนิดเคลื่อนย้าย” (Mobile Air Quality Monitoring Station) ตระเวนตรวจวัดค่าฝุ่นละอองและมลพิษในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองแบบเรียลไทม์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำ และนำฐานข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างตรงจุด
รถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ดังกล่าว จะถูกส่งลงพื้นที่ตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่การจราจรหนาแน่น และจุดที่ต้องการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM1, PM2.5 และ PM10) มลพิษทางอากาศ ระดับเสียง รวมถึงสภาพอากาศทั่วไป เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ทิศทางและความเร็วลม ข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนสภาพแวดล้อมจริงของแต่ละพื้นที่และช่วงเวลาได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
ก่อนหน้านี้ เมืองพัทยามีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งประจำบริเวณถนนสุขุมวิท แยกพัทยากลาง ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านความครอบคลุมของพื้นที่ การนำรถตรวจวัดเคลื่อนที่เข้ามาเสริมทัพ จึงช่วยเติมเต็มระบบการเฝ้าระวังไม่ให้กระจุกตัวอยู่เพียงจุดเดียว และสามารถเก็บข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ข้ามพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ระบุว่า เรื่องคุณภาพอากาศเป็นข้อมูลที่ประชาชนควรเข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่เพียงข้อมูลในระบบของหน่วยงาน เมืองพัทยาจึงให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลที่ตรวจวัดได้มาสื่อสารให้คนในพื้นที่รับรู้สถานการณ์และดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ฐานข้อมูลที่สะสมไว้ยังช่วยให้เมืองสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของปัญหา และวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมได้ตรงจุดมากขึ้น
ข้อมูลจากการตรวจวัดทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่ระบบของเมืองพัทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถดูค่าดัชนีคุณภาพอากาศและระดับเสียงแบบเรียลไทม์ผ่านจอ LED บนตัวรถ หรือติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์เมืองพัทยา และเฟซบุ๊กแฟนเพจ PRPATTAYA เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง
เมื่อมีการจัดเก็บข้อมูลจากหลายพื้นที่และหลายช่วงเวลาอย่างต่อเนื่อง เมืองพัทยาจะสามารถมองเห็นภาพรวมและแนวโน้มของปัญหาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง ช่วงเวลาที่ควรเฝ้าระวัง ตลอดจนพื้นที่ที่มีปัญหาระดับเสียง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต
การดำเนินงานดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องมือจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นการยกระดับระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศของเมืองพัทยาสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อให้เมืองสามารถ “รู้สถานการณ์เร็ว เห็นปัญหาชัด และใช้ข้อมูลดูแลประชาชนได้ตรงจุด” อันเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนพัทยาสู่การเป็น “เมืองแห่งคุณภาพชีวิต” ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


