×

ศูนย์JICC เตือนพัทยาระวัง Rain bomb บ่ายนี้ น้ำเหนือและลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับ ฝนเคลื่อนลงใต้ 6-13 ต.ค. สั่งพร่องน้ำรับมือ

โดย THE STANDARD TEAM
05.10.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวศูนย์ JICC เตือนพัทยาระวัง Rain bomb และการบริหารจัดการน้ำ

วันนี้ (5 ตุลาคม) เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่ากระจายทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ถึงภาคตะวันตก และวันที่ 10-13 ตุลาคม จะมีฝนอีกระลอก โดยฝนตกหนักในภาคเหนือจะไหลจากแม่น้ำปิงและน่านมาสมทบที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังมีเขื่อนรองรับได้พอสมควร

 

ส่วนภาคตะวันตก น้ำจะรวมที่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเคลื่อนลงภาคใต้ ทำให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้และกองทัพภาคที่ 4 เตรียมพร้อมรับมือและระดมเครื่องมือ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการว่า พื้นที่ใดน้ำลดแล้วให้เริ่มกระบวนการเยียวยาทันทีโดยไม่ต้องรอพร้อมกันทุกพื้นที่

 

เอกภพ กล่าวว่า ปริมาณน้ำเหนือที่เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพลยังไม่มีมาเติมมากขึ้น ส่วนน้ำที่นครสวรรค์และน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนเจ้าพระยาอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำผ่านนนทบุรีและกรุงเทพมหานครต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร เช่นเดียวกับแม่น้ำแม่กลองที่ไหลลงอำเภอเมืองบางคนที อำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม น้ำลดลงประมาณ 1 เมตร ถือเป็นสัญญาณที่ดี

 

สำหรับภาคตะวันออก น้ำจากนครนายกและปราจีนบุรีเริ่มลดและกระจายไปฉะเชิงเทรา ขอเตือนประชาชนอำเภอบางคล้า ราชสาส์น และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เฝ้าระวังใกล้ชิด รวมถึงภาคใต้สัปดาห์หน้าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำป่าไหลหลาก

 

“ขอแจ้งเตือนประชาชน ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เฝ้าระวังฝนตกในลักษณะ Rain bomb ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ได้ นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชน คือ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ที่ส่วนหนึ่งรับน้ำจากฝั่งนครนายก และยังต้องเฝ้าระวังไปถึงสัปดาห์หน้าตั้งแต่เพชรบุรี ไปถึงภาคใต้ตอนและล่าง” เอกภพกล่าว

 

ด้าน ฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มลดลงเนื่องจากความกดอากาศสูงลดลง แต่ในวันนี้ยังมีฝนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม จะเน้นไปทางภาคตะวันตก จากนั้นวันที่ 8-9 ตุลาคม จะเริ่มมีฝนตกหนักทางภาคใต้ และวันที่ 10-13 ตุลาคม ร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านจังหวัดเพชรบุรี ส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งได้ประสานกรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เพชรบุรีไว้แล้ว

 

ขณะที่ ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 68% และเขื่อนสิริกิติ์มี 81% ยืนยันว่าทั้งสองเขื่อน มีช่องว่างความจุเพียงพอรองรับน้ำฝนภาคเหนือที่จะตกเพิ่มขึ้น สำหรับการบริหารจัดการน้ำที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ และแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่ยังจำเป็นต้องคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนชัยนาทและเขื่อนเจ้าพระยารอรับฝนที่จะตกบริเวณจังหวัดกำแพงเพชรและอุทัยธานี

 

ธเนศร์ กล่าวต่อว่า อัตราการระบายนี้จะส่งผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำตั้งแต่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำทั้งหมด และตรวจตราคันกั้นน้ำในปทุมธานีและนนทบุรี อย่างไรก็ตาม ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตรวจสอบคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา มั่นใจว่าระดับน้ำที่ระบายจะไม่ล้นคันกั้นน้ำเข้าสู่เขตตัวเมืองกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างแน่นอน โดยให้เฝ้าระวังเฉพาะน้ำฝนที่จะตกในพื้นที่ช่วงวันที่ 5 และ 10-11 ตุลาคม

 

ธเนศร์ กล่าวว่า ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำที่เขื่อนแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี มีแนวโน้มลดลง ส่วนเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ได้บริหารจัดการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบายลงมาอย่างเหมาะสม สำหรับลุ่มน้ำบางปะกง มวลน้ำท่วมจากปราจีนบุรีเริ่มลดลงช้าๆ มาสมทบกับแม่น้ำนครนายก ซึ่งได้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลเพื่อรอรับแล้ว

 

ธเนศร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนจังหวัดเพชรบุรี อธิบดีกรมชลประทานได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจานเพื่อเร่งพร่องน้ำ และตรวจระบบระบายน้ำให้มีความพร้อม 100% ส่วนภาคใต้ที่มีแนวโน้ม ฝนตกสูงวันที่ 10-11 ตุลาคม ได้สั่งการให้สำนักชลประทานในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี ถึงนราธิวาส เตรียมระบบระบายน้ำรองรับน้ำป่าและน้ำไหลหลากเข้าสู่เขตเมืองเรียบร้อยแล้ว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising