วันนี้ (13 มิถุนายน) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความพร้อมเปิดเผยคลิปวิดีโอหลักฐานในคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในวันเลือกระดับประเทศ (รอบไขว้) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. โดยคลิปดังกล่าวปรากฏภาพและเสียงของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็น 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บเอกสารจากกลุ่มผู้สมัคร พร้อมส่งเสียงเตือนผู้สมัครในห้องว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
พริษฐ์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวเสมือนเป็นการยอมรับจากตัว กกต. เองว่าการเลือกตั้งในวันนั้นสุ่มเสี่ยงต่อความไม่สุจริต ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับมาจากผู้ร้องเรียนที่มายื่นหนังสือต่อสภาฯ โดยทีมงานได้ทำการเพิ่มระดับเสียงและเบลอหน้าผู้เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ แม้ กกต. จะเคยแถลงในปี 2568 ว่าการพกเอกสารเข้าไปจดหมายเลขไม่ถือเป็นความผิดในตัวเอง แต่พฤติกรรมในคลิปนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ 4 ข้อที่ กกต. ต้องตอบให้ชัดเจน
- กกต. เห็นอะไรในโพยหรือพบพฤติกรรมใด ถึงต้องพูดเตือนให้ผู้สมัครเลือกตั้งด้วยความสุจริต
- หลังเก็บโพยแล้ว กกต. ได้เปิดประชุมทันทีเพื่อสั่งระงับ ยับยั้ง หรือยกเลิกการเลือกตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 หรือไม่
- หลังประกาศผล สว. กกต. นำโพยเหล่านั้นไปตรวจสอบเชื่อมโยงกับพยาน เส้นทางการเงิน หรือหลักฐานอื่นในคดีฮั้วหรือไม่
- หลักฐานโพยเหล่านี้ ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่กำลังจะชี้ขาดเพื่อส่งศาลหรือไม่
พริษฐ์ ระบุอีกว่า การทำหน้าที่ของ กกต. ทั้ง 7 คน เป็นตัวแปรสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว. หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 229 คน (เป็น สว. กว่า 130 คน และเครือข่ายการเมืองรวมถึง สส. และ ครม. อีกกว่า 90 คน) แต่สังคมกลับเริ่มตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของ กกต. ใน 3 ประเด็นหลัก
- ผลประโยชน์ทับซ้อน กกต. 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ชุดที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ ประชาชนจึงกังวลว่าจะมีเงื่อนไขแอบแฝงเพื่อ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย; หรือไม่
- ตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจสวนทางชุดไต่สวน มีการตั้ง ‘คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36’ ขึ้นมากลั่นกรองคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกรรมการหลายคนมีข้อครหา และล่าสุดมีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน สวนทางกับคณะไต่สวนชุดที่ 26 แบบ 100% จนถูกมองว่าเป็นความพยายามฟอกขาว
- ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หาก กกต. ไม่สามารถชี้แจงคลิปหลักฐานในวันนี้ได้อย่างชัดเจน จะยิ่งถูกสังคมตั้งคำถามว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว.
“หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่” พริษฐ์ ระบุ


