วันนี้ (4 สิงหาคม) ภายหลังศาลฎีกานัดตรวจพยานหลักฐานและนัดวันไต่สวน ในคดีที่ 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
นิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากฝ่ายผู้คัดค้าน (44 อดีต สส.) ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เพื่อเปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้คดีและกรอบระยะเวลาในการไต่สวนในขั้นตอนต่อไป
นิธิเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทีมทนายความได้ยื่นบัญชีรายชื่อพยานไปมากกว่า 80 ปาก แต่ได้มีการพิจารณาปรับลดลงเนื่องจากความซ้ำซ้อน และมีการตัดประเด็นออกตามที่ศาลพิจารณา ทำให้ล่าสุดศาลฎีกาอนุญาตให้ฝั่งผู้คัดค้านนำสืบพยานได้จำนวน 60 ปาก โดยศาลได้กำหนดกรอบเวลาให้ทางฝ่ายผู้คัดค้านนำเสนอตารางรายชื่อพยานและประเด็นการไต่สวนภายใน 30 วัน
สำหรับพยานทั้ง 60 ปาก สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
- กลุ่มผู้คัดค้าน (ตัวอดีต สส.): คาดว่าบุคคลสำคัญอย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อดีต สส. พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาชน) จะเดินทางมาเข้าเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการหารือเพื่อยืนยันตารางเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองท่านมีภารกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง
- กลุ่มนักวิชาการ: ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อให้ความเห็นทางวิชาการที่ครอบคลุมมากกว่าประเด็นทางข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว
- กลุ่มผู้รู้เห็นเหตุการณ์: เป็นประจักษ์พยานและผู้ที่รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในสมัยดังกล่าว
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงรายชื่อพยานในกลุ่มนักวิชาการ ว่าจะมีกลุ่มนักวิชาการด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียง เช่น อดีตคณะนิติราษฎร์ มาร่วมเบิกความหรือไม่ นิธิระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทาบทามและประสานงาน จึงขอสงวนรายชื่อไว้ก่อน และจะมีการอัปเดตให้ทราบในภายหลัง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับคิวพยานตามความสะดวก
ส่วนประเด็นแกนหลักที่ใช้ในการต่อสู้คดี ทนายความกล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้คือ การกระทำของฝ่ายผู้คัดค้าน 44 อดีต สส. ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรม
สำหรับไทม์ไลน์ในการพิจารณาคดี คาดว่ากระบวนการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ซึ่งเมื่อถูกตั้งคำถามว่าระยะเวลาดังกล่าวถือว่านานเกินไปหรือไม่ นิธิชี้แจงว่า ด้วยจำนวนพยานและสภาพความซับซ้อนของคดี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้รวดเร็วหรือล่าช้าจนเกินไป
“การที่มีพยานจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่การยื้อเวลาอย่างแน่นอน สังเกตได้ว่าศาลท่านก็อนุญาตตามที่เราร้องขอ เพราะศาลต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ทางเราเองก็ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริง ความเห็น และพยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่สำนวนอย่างครบถ้วน ซึ่งต้องขอขอบคุณศาลที่เปิดโอกาสให้ได้นำเสนออย่างเต็มที่” นิธิกล่าว
นิธิกล่าวถึงลำดับการนำสืบพยานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้กลุ่มนักวิชาการหรือพยานกลุ่มใดขึ้นเบิกความก่อน เนื่องจากต้องนำกลับไปหารือร่วมกับทีมฝ่ายผู้คัดค้านเพื่อจัดตารางตามความเหมาะสม โดยศาลเปิดกว้างให้สามารถบริหารจัดการและนำเสนอได้ตามความสะดวกของพยานแต่ละปาก
ส่วนกรณีของ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ได้มีทนายความมาร่วมรับฟังในวันนี้นั้น ทนายความปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยระบุว่าไม่สามารถตอบแทนได้ และขอให้สื่อมวลชนสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าตัวโดยตรง


