×

‘ปกรณ์’ เปิดเกมรับภาษีสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรฐานแรงงานตาม OECD เร่งเจรจาการค้าใหม่เพิ่มอำนาจต่อรอง

โดย THE STANDARD TEAM
24.07.2026
  • LOADING...
ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ท่ีทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับทุกข้อกังวลของสหรัฐฯ แล้ว โดยเฉพาะการกำหนดหลักเกณฑ์สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

 

“ที่ผ่านมาเรามีมาตรการด้านนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจของทางการสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการรองรับ โดยออกหลักเกณฑ์ทางกฎหมายตามมาตรฐานสากลทั่วไป และเป็นไปตามมาตรฐานของกลุ่ม OECD ซึ่งถือว่าเราได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว” ปกรณ์ กล่าว

 

ปกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ส่งผลให้การพยากรณ์ล่วงหน้าทำได้ยาก และกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกของไทยที่ต้องเผชิญกับภาวะที่ไม่ปกติเหมือนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่กติกาพหุภาคีเริ่มเสื่อมถอยลง ทำให้หลายประเทศเลือกการเจรจาระดับกลุ่มประเทศ เพื่อหาทางลดภาษีและอุปสรรคทางการค้าแทน ซึ่งประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวโน้มการแบ่งขั้วอำนาจโลกในลักษณะกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับคู่ค้ารายอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว ซึ่งมีความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น

 

ดังนั้น การที่ไทยต้องเผชิญกับมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐานสากลอาจไม่ใช่ทางออกเดียวในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า แต่ไทยจำเป็นต้องสร้างอำนาจต่อรองผ่านความร่วมมือในระดับภูมิภาค และสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในประเทศ

 

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ในการกำหนดหลักเกณฑ์สินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจาการค้า และแสดงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

ทั้งนี้ ครม. มีมติอนุมัติใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

  • รับทราบผลการไต่สวนประเทศไทย
  • เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับหรือบริการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธาน

 

คณะกรรมการดังกล่าวจะมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการวางมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับหรือบริการ ให้สอดคล้องกับหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO)

 

รวมทั้งมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการตรวจสอบเอกสารรับรองสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยง ตลอดจนเสนอบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีความเสี่ยง (Watchlist/Blacklist) หรือบัญชีรายชื่อสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงจากการใช้แรงงานบังคับ (Risk List) ต่อ ครม. โดยถือเป็นมาตรการที่ยังไม่เคยปรากฏในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะก่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับ

 

  • มาตรฐานสากลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจสอบและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบจนถึงผู้ส่งมอบ
  • หลักการของอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ. 1930 (C29) พิธีสาร ค.ศ. 2014 ส่วนเสริมอนุสัญญา ฉบับที่ 29 (P29) และอนุสัญญา ฉบับที่ 105 ว่าด้วยการยกเลิกแรงงานบังคับ ค.ศ. 1957 (C105) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีขององค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising