วันนี้ (21 เมษายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลเตรียมออกพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ว่า ตนขอเคลียร์ก่อน เรื่องการให้สัมภาษณ์วานนี้ (20 เมษายน) ที่ถามตนว่าถ้ารัฐบาลจะออกพ.ร.ก.กู้เงิน ได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบไปว่าทำได้ ตาม มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งอธิบายว่าทำอย่างไรได้บ้างและถ้ามีการกู้เงินเพื่ออุดหนุนกองทุนน้ำมันทำได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบอีกว่าทำได้ และมีการถามว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว ซึ่งตนตอบว่าไม่ทราบ ต้องไปถามกระทรวงการคลัง
ปกรณ์กล่าวอีกว่า แต่กลายเป็นว่า ตนไปบอกว่าจะกู้เงิน คนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ตนคิดว่าไม่ค่อยถูก ต่อไปตนจะไม่พูดแล้วดีกว่า และมองว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้สัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งก็มาจากที่สื่อมวลชนเอาไปลงและตัดตอนไป เอาไปพูดกันแบบไม่เข้าใจว่าตนไปออฟไซด์รัฐบาล ตนจึงอยากเคลียร์ประเด็นนี้ก่อน ซึ่งสิ่งที่ตนพูดเป็นการอธิบายตามหลักกฎหมาย ไม่มีอะไร ซึ่งตนยินดีที่จะให้ความรู้ทางกฎหมาย แต่ประเด็นการเมืองตนไม่รับ เรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันด้วยเหตุผล
“อยากฝากสื่อฯเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเล่าเรื่องข้อกฎหมายให้ฟังกลายเป็นประเด็นปัญหาแก่รัฐบาลและสังคมไปได้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง”
ปกรณ์ยืนยันว่า ไม่ได้แก้ตัวเพียง แต่เป็นการพูดข้อเท็จจริงในการให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการประชุมวันคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ไม่มีการกู้เงิน เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ตามที่ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องไปคุยกันก่อนก็ถูกต้อง และที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่ายังไม่รู้รายละเอียดก็ถูกต้อง เพราะยังไม่มีการพูดคุยกัน
ปกรณ์ยังยืนยันว่า ตนไม่ได้โมโห แต่อยากเคลียร์เพราะไม่อยากให้สังคมสับสนวุ่นวาย บางคนยังไม่ทันไรก็ตั้งท่าจะค้านแล้ว และบอกว่าสิ่งที่จะต้องทำในอนาคต บ้านเมืองคือประคองบ้านเมืองให้ไปข้างหน้า ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งเป็น New Normal ของโลกนี้ และเราต้องอยู่ร่วมกันในอนาคต และเราจะส่งต่อเรื่องเหล่านี้ให้คนรุ่นใหม่ในอนาคตต่อไปได้อย่างไร อย่ามามัวทะเลาะเล่นอะไรกันแบบนี้ไม่ดี
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีตำหนิอะไรหรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ตนเพียงแต่เล่าข้อกฎหมายให้ฟัง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เข้าใจ พร้อมย้ำกับสื่อฯว่า ตนทำงานไม่ได้เน้นการเมือง ถ้าถามเรื่องการเมือง เรื่องที่คาดหมาย ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีจะต้องมาพูดคุยกัน ที่ประกอบด้วยพรรคร่วมต้องให้เกียรติและวางแผนร่วมกัน แต่สื่อเอาไปตีข่าวแบบนี้ตนก็เลยจบอยู่คนเดียว
ปกรณ์กล่าวอีกว่า เรื่องเศรษฐกิจจะต้องวางแผนกันในระยะยาว ไม่ใช่ทำกันปุ๊บปั๊บ การจะกู้เงินต้องคิดหน้าคิดหลัง เรื่องกำลังจ่าย รวมถึงปัญหาที่จะรองรับในระยะยาวที่รัฐบาลต้องพิจารณา เพราะต้องดูแลประชาชนกว่า 65 ล้านคน ต้องมีการคิดและวางแผน พร้อมทั้งยอมรับว่าหลังจากนี้รู้สึกกังวล แต่เรื่องการให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมาย หากไปเน้นเป็นประเด็นการเมืองกันหมด ตนไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ตนเข้ามาเพราะตั้งใจทำในสิ่งที่อยากให้เกิดความสำเร็จ พร้อมโชว์ข้อมือที่สวมริสต์แบนด์สีเหลืองที่เราเขียนว่า ‘Better Regulation for Better Life❤️’ แปลว่าการมีกฎหมายที่ดีทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งบอกตนอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องทำอะไรให้กับชาวบ้าน
เมื่อถามถึงตัวเลข 500,000 ล้านบาท เป็นคำถามนำของสื่อมวลชนใช่หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ใช่ และตนก็บอกไปว่าไม่ทราบให้ไปถามกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งถามตอบว่า 500,000 ล้านได้หรือไม่ ตนก็ตอบไปว่าประมาณนั้นมั้ง


